ห้องข่าวภาคเที่ยง - พาไปติดตามการใช้ประโยชน์ท่าเรือศาลาลอย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อสร้างเสร็จมานาน 15 ปี แต่สภาพตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับถูกทิ้งร้าง ที่สำคัญ คือ คุณสมโภชน์ โตรักษา เคยลงพื้นที่ไปดูหลายรอบแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้าว่าจะกลับมาใช้ประโยชน์ในเร็ววัน ติดตามได้จาก คอลัมน์หมายเลข 7
เป็นเวลา 15 ปี ที่สถานีขนส่งทางลำน้ำ เพื่อการประหยัดพลังงาน ตำบลศาลาลอย อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือท่าเรือศาลาลอย ของกรมเจ้าท่า ไม่ถูกนำไปใช้ประโยชน์
ทั้งที่ใช้งบประมาณก่อสร้างสูงถึง 379,600,000 บาท มีบริษัท ยู.ซี.ดี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้รับจ้าง เริ่มสัญญาก่อสร้าง วันที่ 24 กันยายน 2552 และสัญญาสิ้นสุด วันที่ 25 ตุลาคม 2554
โครงการนี้ คุณสมโภชน์ โตรักษา, นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในขณะนั้น และคุณอุทุมพร สุขวงกฏ ทีมคอลัมน์หมายเลข 7 เคยลงพื้นที่ติดตามการใช้ประโยชน์มาแล้ว เมื่อหลายปีก่อนสภาพตอนนั้น หลายจุดเต็มไปด้วยร่องรอยความชำรุดทรุดโทรม โดยเฉพาะลานและถนน เห็นชัดเจนว่า ปูนซีเมนต์เเตกระแหง นายพิศิษฐ์ ตั้งข้อสังเกตในเวลานั้นว่า ถ้าจะลงทุนในโครงการ ต้องสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ล่าสุด เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2569 คุณสมโภชน์ ลงพื้นที่ไปพร้อมกับ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 1, สำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 2 เพื่อติดตามการใช้ประโยชน์ในโครงการอีกครั้ง สภาพแทบไม่ต่างจากในอดีต หลายจุดอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมมากกว่าเดิม
ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ปัจจุบันโครงการฯ ยังไม่ส่งมอบให้กรมธนารักษ์ และตั้งเเต่ก่อสร้างเสร็จ เคยใช้ประโยชน์เพียงครั้งเดียว เป็นศูนย์พักพิงช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 2 เปิดเผยให้ผู้ตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 1 ทราบว่า ที่ผ่านมาได้เสนอเรื่องขอรับการจัดสรรงบประมาณ เพื่อจัดจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และซ่อมแซมอาคารสถานที่ แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ ทำให้เป็นอุปสรรคในการบำรุงดูเเล
คุณสมโภชน์ ตั้งข้อสังเกตว่า ควรจะมีวิธีการที่ทำให้โครงการที่ใช้เงินแผ่นดิน ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ซึ่งประเด็นนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคที่ 2 ชี้เเจงว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับกรมธนารักษ์ ว่าจะเปลี่ยนวัตถุประสงค์ของการดำเนินโครงการได้หรือไม่ จากท่าเรือให้เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า
โครงการก่อสร้างสถานีขนส่งทางลำน้ำ เพื่อการประหยัดพลังงานแห่งนี้ กรมเจ้าท่าได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงพลังงาน ให้ดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบ โดยว่าจ้างให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาโครงสร้างมูลฐานอย่างยั่งยืน ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นที่ปรึกษา ซึ่งศึกษาแล้วเสร็จ เมื่อปี 2550
ข้อสรุปเห็นควรดำเนินการพัฒนา และก่อสร้างสถานีขนส่งทางลำน้ำ เพื่อการประหยัดพลังงาน บนเนื้อที่ 56 ไร่
น่าคิดว่า โครงการระดับเกือบ 400 ล้านบาท ผ่านการศึกษาความเหมาะสมจากสถาบันทางวิชาการที่น่าเชื่อถือ แต่สุดท้าย กลับไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ากับเงินแผ่นดิน ตามที่ตั้งวัตถุประสงค์ไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย