แนวคิดรถไฟชานเมือง อยู่ในขั้นตอนการศึกษา เร่งแก้ปัญหาทั้งระบบ

แนวคิดรถไฟชานเมือง อยู่ในขั้นตอนการศึกษา เร่งแก้ปัญหาทั้งระบบ

View icon 54
วันที่ 20 พ.ค. 2569 | 19.26 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เร่งเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต มูลค่ารวมมากกว่า 2.3 ล้านบาท ยืนยันแนวคิดรถไฟชานเมือง อยู่ในขั้นตอนการศึกษา ไม่มีการหยุดหรือลดเที่ยววิ่ง เร่งแก้ปัญหาทั้งระบบ

วันนี้ ( 20 พ.ค. 69 ) บรรยากาศที่วัดตรีทศเทพวรวิหาร มีกลุ่มญาติและเพื่อนของนายฑีฆา ฑีฆาอุตมากร หรือน้องแทน เดินทางมาร่วมงานมากขึ้นจนคนเต็มศาลา บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า กระทั่งในเวลาประมาณ 16:10 น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ หรือ ขสมก. และผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เดินทางมาที่ศาลา 5 เพื่อเข้าไปเคารพศพของน้องแทน โดยมีบิดาและมารดาของผู้เสียชีวิตมาต้อนรับที่บริเวณหน้างานซึ่งการพูดคุยของรัฐมนตรีและครอบครัวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ครอบครัวของน้องแทนต้อนรับรัฐมนตรีเข้าไปภายในงาน

ผ่านไปประมาณ 20 นาที นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึง ความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต โดยระบุว่าเบื้องต้นจะมีการเยียวยาผู้เสียหายในภาพรวมเป็นยอดเงินรวมทั้งหมด 2,390,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้เป็นการรวมกันจากส่วนของประกันภัย ขสมก. การรถไฟแห่งประเทศไทย และส่วนของนายกรัฐมนตรี

สำหรับประเด็นเรื่องรถไฟชานเมืองนั้น ยืนยันว่าได้มอบหมายให้ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยทำการศึกษาผลกระทบเป็นเวลา 3 เดือน โดยให้ไปสอบถามกลุ่มผู้ใช้บริการในแต่ละวันของแต่ละสาย ทั้งสายใต้ สายตะวันตก และสายตะวันออก โดยจะตรวจสอบแยกเป็นรายสาย โดยเฉพาะสายเหนือที่จะต้องมาจอดที่สถานีกลางบางซื่ออยู่แล้ว ว่าสำหรับผู้ที่จะต้องต่อรถเข้าสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) จะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง ส่วนของรถขนส่งสินค้าจะกำหนดให้วิ่งได้เฉพาะช่วงหลัง 4 ทุ่มถึงตี 4 เท่านั้น

ทั้งนี้ ยืนยันว่าภายในระยะเวลา 3 เดือนของการศึกษาพิจารณานี้ จะไม่มีการทดลองยกเลิกหรือลดสายการเดินรถของรถไฟชานเมือง รถไฟทุกสายยังคงวิ่งให้บริการตามปกติ แต่ให้ใช้เวลา 3 เดือนนี้ในการสอบถามและศึกษาความเป็นไปได้ในทุกช่องทางโดยที่ไม่ได้หยุดวิ่ง

ส่วนกรณีสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากความประมาทนั้น มองว่าเป็นเรื่องที่เกิดจากหลายส่วนประกอบกัน ทั้งในส่วนของรถไฟที่วิ่งอยู่บนราง ซึ่งเมื่อเห็นสัญญาณธงแล้วเหตุใดจึงไม่เบรก ซึ่งถือเป็นเรื่องของความผิดพลาดจากมนุษย์หรือ Human Error อีกส่วนหนึ่งคือรถเมล์ที่ขับไปจอดขวางทางรถไฟเนื่องจากคิดว่าจะขับผ่านไปได้ แต่เมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีแดงจึงทำให้ติดอยู่กลางทางรถไฟ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะบอกว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุก็ไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาเส้นทางสายเหนือก็พยายามยกระดับรถไฟที่จะเข้าสู่กรุงเทพมหานครอยู่แล้ว แต่บังเอิญว่าเส้นทางสายตะวันตก สายใต้ และสายตะวันออกยังก่อสร้างไม่เสร็จเรียบร้อย ซึ่งสุดท้ายก็ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้น แต่อาจจะต้องเสียเวลาออกไปอีก

ดังนั้น การแก้ปัญหาตรงนี้คือการแก้ปัญหาเรื่องการจราจรที่ติดขัดและเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุ หากเป็นไปได้ในสิ่งที่รัฐบาลสามารถเข้ามาทดแทนหรือชดเชยได้ก็พร้อมจะดำเนินการในส่วนนั้นให้มากที่สุด แต่หากยังไม่สามารถทำได้ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวัง โดยการประสานความร่วมมือนำบุคลากรของการรถไฟแห่งประเทศไทยและ ขสมก. มาร่วมด้วย และที่สำคัญจะต้องมีตำรวจจราจรมาประจำจุดในบริเวณนั้นเพื่อช่วยแก้ปัญหา แต่อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวแล้วต้องการให้แก้ไขปัญหาด้วยระบบมากกว่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง