อัยการสั่งคืนสำนวนให้แจ้งข้อหาใหม่ คดีแม่บ้านผสมน้ำยาฆ่าเชื้อให้เด็กดื่ม ไม่ใช่ทำร้ายร่างกาย สารเคมีอันตรายต่อชีวิต เข้าข่ายพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ความคืบหน้าคดีแม่บ้านผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงในขวดนมให้เด็ก 2 ขวบดื่ม วันนี้ (21 พ.ค.69) นายไชยรัตน์ ปาวะกะนันท์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางโพงพาง ได้ส่งสำนวนการสอบสวนให้กับพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 4 เพื่อพิจารณา ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ปลอมปนอาหาร ยาหรือเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นใด เพื่อบุคคลอื่นเสพหรือใช้ และการปลอมปนนั้นน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพ หรือจำหน่าย หรือเสนอขาย สิ่งเช่นว่านั้นเพื่อบุคคลเสพหรือใช้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 296 และ 236 ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท
ต่อมาอัยการได้มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม หลังได้รับผลการสอบสวนเพิ่มเติม อัยการได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การที่ผู้ต้องหาได้ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อจากขวดสเปรย์ที่มีการเจือจางโดยผสมน้ำเปล่าไว้แล้ว ลงไปในขวดนม หากบุคคลใดหรือแม้แต่เด็กได้ดื่มเข้าไปย่อมอาจเกิดอันตรายต่อชีวิตได้ เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อในขวดสเปรย์ดังกล่าว มีสารเคมีที่อาจเกิดอันตรายต่อชีวิตตามผลรายงานของศูนย์พิษวิทยาฯ
ประกอบกับรายละเอียดในสำนวนคดีแสดงให้เห็นว่าการกระทำของผู้ต้องหามีลักษณะของการกระทำโดยการไตร่ตรอง จึงเห็นว่าการกระทำมีมูลความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), 80 หรือมิฉะนั้นก็เป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งมีเหตุปัจจัยหรือวัตถุที่มุ่งหมายกระทำต่อไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), 81 ซึ่งมีอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดเกินกว่าอำนาจในการพิจารณาพิพากษาของศาลแขวง
อัยการ สำนักงานคดีอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 4 ไม่อาจรับสำนวนคดีนี้ไว้พิจารณาได้ จึงให้คืนสำนวนการสอบสวนพร้อมตัวผู้ต้องหาไปยังพนักงานสอบสวน เพื่อสรุปความเห็นควรสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้เสร็จสิ้น หากเห็นว่าเป็นความผิดดังกล่าวให้ดำเนินการแจ้งข้อเท็จจริง แจ้งสิทธิ และแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาให้ครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ก่อนส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการที่มีเขตอำนาจพิจารณาต่อไป