ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ผลตรวจสารเสพติดพนักงานการรถไฟ ล่าสุด พบสารเสพติดอีก 2 คน ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที
หลังเกิดโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ กระทรวงคมนาคม ออกคำสั่งปูพรมตรวจสารเสพติดพนักงานขับรถสาธารณะทุกคน ทุกหน่วยงาน เพื่อความปลอดภัยในการเดินรถก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ หลายหน่วยงานยังไม่พบปัญหา เว้นแต่การรถไฟแห่งประเทศไทย ผลการตรวจเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตรวจพนักงานจำนวน 157 คน ไม่พบผู้มีผลตรวจสารเสพติด ส่วนเมื่อวานนี้วันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตรวจอีก 141 คน พบผู้มีผลตรวจสารเสพติดจำนวน 2 คน การรถไฟฯ ได้สั่งให้บุคคลดังกล่าวหยุดปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทันที พร้อมส่งเข้าสู่กระบวนการตรวจยืนยันโดยแพทย์ และดำเนินการตามขั้นตอนขององค์กร ทั้งการสอบข้อเท็จจริง การสอบสวนทางวินัย และการเข้าสู่ระบบคัดกรองและบำบัด
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การรถไฟฯ จะไม่ละเว้นในกรณีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้การรถไฟฯ ต้องกลับมาทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยในหลายส่วน โดยเฉพาะการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในองค์กร โดยตั้งเป้ายกระดับเป็น
"องค์กรปลอดยาเสพติด" เพื่อสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น และลดความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนว่าด้วยเรื่องอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ มีเรื่องราวน่าสะพรึงอีกเรื่องคือ รถไฟไม่มีการทำประกันวินาศภัย จึงไม่มีการจ่ายเงินเยียวจากการทำประกันภัย แต่ต้องควักงบประมาณของการรถไฟฯ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแทน
สอบถามเป็นความรู้ จาก นายสุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่ง และโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ทราบว่า การรถไฟฯ ไม่มีกฎหมายบังคับการทำประกันภัย กรณีเกิดอุบัติเหตุจะจ่ายเงินเยียวยาตามระเบียบภายในกำหนด ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการหรือฝ่ายบริหาร ซึ่งภายหลังมี พ.ร.บ.การขนส่งทางราง ปี 2568 ซึ่งบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 กฎหมายกำหนดให้รถขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่ต้องทำประกันวินาศภัย แต่จนขณะนี้ยังไม่มีการออกกฎหมายลูก ทำให้การรถไฟฯ ต้องใช้ระเบียบภายในสำหรับการจ่ายเงินเยียวยาไปก่อน