ผบช.น. บังคับใช้กฎหมายเข้มจุดทางตัดรถไฟ ขู่เอาผิดหนักไร้วินัยผิดซ้ำซาก

ผบช.น. บังคับใช้กฎหมายเข้มจุดทางตัดรถไฟ ขู่เอาผิดหนักไร้วินัยผิดซ้ำซาก

View icon 20
วันที่ 22 พ.ค. 2569 | 13.05 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ผบช.น. ขู่เอาผิดหนักขับรถไร้วินัย ทำผิดซ้ำซากไม่หลาบจำ เข้มงวดบังคับใช้กฎหมายพื้นที่เสี่ยง-จุดทางตัดรถไฟ เผยการเดินรถไฟอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การเดินรถทางราง ไม่ใช่ พ.ร.บ.จราจรทางบก ไม่มีกฎหมายเอาผิดข้อหา ขับ-เสพ กับคนขับรถไฟ

วันนี้ (22 พ.ค.69) พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยหลังประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือและกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว หลังเกิดเหตุรถไฟพุ่งชนรถเมล์ บริเวณจุดตัดทางรถไฟอโศก-ดินแดง  โดยระยะเร่งด่วน ตำรวจจะเข้มงวดบังคับใช้กฎหมายบริเวณจุดตัดทางรถไฟทั่วพื้นที่ พร้อมจัดกำลังประจำจุด ดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง รวมถึงร่วมบริหารจัดการจราจรในพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้ จะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการจุดตัดทางรถไฟและทางร่วมทางแยก เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุในอนาคต

ส่วนมาตรการระยะสั้น จะเร่งสำรวจและปรับปรุงสัญลักษณ์จราจรบริเวณทางตัดรถไฟ ทั้งเส้นหยุดรถ ป้ายเตือน สัญญาณไฟ รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดและอุปกรณ์ความปลอดภัยต่าง ๆ ให้พร้อมใช้งาน

ผบช.น. ยอมรับว่า ปัญหาสำคัญ คือ ประชาชนบางส่วนยังไม่เกรงกลัวกฎหมาย แม้จะมีการส่งใบสั่งถึงบ้าน มีคดีเข้าสู่ชั้นศาล โดยตำรวจเตรียมเสนอพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมหารือกับ สส. สว. และกระทรวงคมนาคม เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการลงโทษผู้กระทำผิดซ้ำ

ทางด้าน นายอุดม เหมาเพชร วิศวกรใหญ่ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟแห่งประเทศไทย ชี้แจงถึงมาตรการด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟ หลังถูกตั้งคำถามถึงความแข็งแรงของไม้กั้นและแผงกั้นว่า ปัจจุบันการรถไฟฯ ได้ดำเนินมาตรการทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงในกรุงเทพฯ ซึ่งมีจุดตัดทางรถไฟทั้งหมด 71 จุด และมีจุดเสี่ยงอีก 19 จุด ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

นายอุดม ระบุว่า ผู้ว่าการรถไฟฯ ได้สั่งเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ประจำจุดกั้นรถไฟเพิ่มอีก 1 คน พร้อมกำชับให้ผู้บังคับบัญชาระดับต้น รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายเครื่องกล และผู้ตรวจบนรถจักร ลงพื้นที่ตรวจตราและควบคุมการปฏิบัติงานของพนักงานขับรถอย่างใกล้ชิด ส่วนระบบเครื่องกั้นถนนในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ยังคงใช้ระบบไฟฟ้าที่มีเจ้าหน้าที่ควบคุม เนื่องจากการจราจรมีความหนาแน่นสูง หากใช้ระบบอัตโนมัติอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุได้ ขณะที่พื้นที่ชานเมืองหรือโซนนอก จะใช้เครื่องกั้นอัตโนมัติแทน โดยยืนยันว่าเครื่องกั้นที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังเหมาะสมกับสภาพการจราจรของกรุงเทพฯ

ส่วนกรณีที่มีภาพเครื่องกั้นจุดตัดพญาไทชำรุด เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา นายอุดม คาดว่า เกิดจากการถูกชนจนเครื่องกั้นเสียหาย ไม่ได้เกิดจากการชำรุด พร้อมยืนยันว่าเครื่องกั้นระบบไฟฟ้าจะมีเจ้าหน้าที่เข้าดูแลทันทีเมื่อเกิดการชำรุด โดยขณะนี้มีทีมบำรุงรักษาสแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะที่ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 เปิดเผยความคืบหน้าคดีรถไฟชนรถเมล์ว่า ขณะนี้สอบปากคำผู้บาดเจ็บเพิ่มแล้ว 14 คน จากทั้งหมด 32 คน รวมถึงสอบเจ้าหน้าที่รถไฟเพิ่มอีก 1 คน และนัดสอบเพิ่มเติมอีก 2 คน โดยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาความรับผิดของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หากพบผู้กระทำผิดก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าการพิจารณาดำเนินคดีกับประชาชนที่ฝ่าฝืนขับรถคร่อมราง จะยึดหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและข้อเท็จจริงเป็นหลัก

เมื่อถามว่าในวันเกิดเหตุ การรถไฟได้ประสานให้ตำรวจเข้ามาช่วยจัดการจราจรบริเวณดังกล่าวหรือไม่ พล.ต.ต.วรศักดิ์ ยืนยันว่า ปกติมีช่องทางในการประสานงานอยู่แล้ว แต่ในวันเกิดเหตุไม่มีการรับแจ้งประสานเข้ามา โดยปกติการประสานงานระหว่างหน่วยงานเป็นไปเพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ใช่ข้อบังคับ

ส่วนกรณีคนขับรถไฟตรวจพบสารเสพติด 2 ชนิด พล.ต.ท. สยาม ระบุว่า ตำรวจอยู่ระหว่างพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากการเดินรถไฟอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การเดินรถทางราง ไม่ใช่ พ.ร.บ.จราจรทางบก ซึ่งตรงนี้ในส่วนของ พ.ร.บ. การเดินรถทางราง และพ.ร.บ.จราจรทางบก ไม่ครอบคลุม “ขับเสพ” รถไฟ ดังนั้นตำรวจจะพิจารณาแจ้งข้อหาเสพสารเสพติด เนื่องจากมียาบ้า ส่วนกัญชากฎหมายไม่ได้ระบุเป็นสารเสพติด ส่วนกรณีข้อหาเสพยาบ้า กฎหมายระบุว่า หากไม่พบของกลางจะเป็นแค่เพียงผู้ป่วย จึงต้องพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง

ส่วนกรณีที่รถชาวบ้านไปคร่อมรางจะพิจารณาในเจตนาว่าตั้งใจจะเข้าไปหรือเกิดเหตุขัดข้องอย่างอื่น เช่น การจราจรติดขัด เนื่องจากจะมีผลผูกพันกับการประกันภัย ดังนั้นก็ยืนยันก็จะดำเนินการอย่างรอบครอบ แต่เบื้องต้นการรถไฟฯยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับประชาชนที่ขับรถคร่อมรางในวันเกิดเหตุแต่อย่างใด มีเพียงแจ้งแค่เคสคนขับไรเดอร์ที่เข้าไปปัสสาวะแล้วถูกรถไฟเฉี่ยวชนเท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง