จับกุมเครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” ปล่อยกู้นอกระบบ ดอกโหด โปรยนามบัตรเกลื่อนเมืองเชียงใหม่ พบถูกจับแล้วหลายครั้งยังไม่หยุด

จับกุมเครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” ปล่อยกู้นอกระบบ ดอกโหด โปรยนามบัตรเกลื่อนเมืองเชียงใหม่ พบถูกจับแล้วหลายครั้งยังไม่หยุด

View icon 26
วันที่ 23 พ.ค. 2569 | 17.41 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (23 พ.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุม นายภาคิน อายุ 19 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย ข้อหา

1.“ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าปกติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตามกฎหมายประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (ปว.58) ลงวันที่ 26 มกราคม 2515 ข้อ 5(7), ข้อ 16 และประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง เรื่องธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ" 

2. “ให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด" ตามกฎหมายพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4 

3."โฆษณาด้วยการปิด ทิ้ง หรือโปรยแผ่นประกาศหรือใบปลิวในที่สาธารณสถานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน" ตามกฎหมาย: พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 10 วรรคหนึ่ง และมาตรา 56" 

พร้อมของกลาง สิ่งของที่ตรวจยึด 9 รายการ 

1. กระดาษนามบัตรเงินกู้ (ใบปลิวสีเหลือง) บัตรระบุข้อความว่า “เงินด่วนทันใจ” ไม่มีโอนก่อน  ไม่มีมัดจำ ติดต่อสอบถาม ระบุเบอร์โทรติดต่อ จำนวน 513 ใบ 

2. กระดาษนามบัตรเงินกู้ (ใบปลิวสีขาว-ดำ) บัตรระบุข้อความว่า เงินทุน เงินด่วน บริการเงินทุนสำหรับท่านที่มีอาชีพค้าขาย เจ้าของกิจการสถานบันเทิง ธุรกิจต่าง ๆ ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน อนุมัติทันใจ อนุมัติง่าย...ให้วงเงินสูง ระบุเบอร์โทรติดต่อ จำนวน 39 ใบ 

3. กระดาษนามบัตรเงินกู้ (ใบปลิวสีน้ำเงิน-ดำ) บัตรระบุข้อความว่า ไอ้ไข่ เงินทุน ไม่มีโอนก่อน  ไม่มีมัดจำ เงินกู้ด่วนของจริงรับเงินสด 100 % ระบุเบอร์โทรติดต่อ จำนวน 187 ใบ 

4. รถจยย. สีแดงดำ จำนวน 1 คัน

5. กระดาษนามบัตรเงินกู้ (ใบปลิวสีเหลือง)บัตรระบุข้อความว่า “เงินด่วนทันใจ ไม่มีโอนก่อน ไม่มีมัดจำ” ระบุเบอร์โทรศัพท์ จำนวน 32 ใบ

6. ธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 3 ฉบับ รวมเป็นเงิน 300 บาท

7. บัญชีรายชื่อลูกค้าที่มากู้ จำนวน 1 แผ่น

8. โทรศัพท์มือถือ สีเงิน

9. กระเป๋าสะพายข้าง สีแดง

ตำแหน่งที่พบของกลาง ของกลางรายการที่ 1 - 3 อยู่ใต้เบาะรถจยย. ของกลางรายการที่ 4 ขณะถูกจับกุม ของกลางรายการที่ 5 - 8 อยู่ใน ของกลางรายการที่ 9 ที่นายภาคินฯ สะพายอยู่ขณะถูกจับกุม

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนนภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ 

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ว่า มีกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบเครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” เข้ามาประกอบธุรกิจปล่อยเงินกู้นอกระบบให้แก่ประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่

โดยมีนายทุนและผู้ควบคุมเครือข่ายอยู่ในพื้นที่ จ.จันทบุรี และ จ.ระยอง มีพฤติการณ์เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ในอัตราร้อยละ 20 ต่อ 24 วัน หรือร้อยละ 304 ต่อปี รวมทั้งมีพฤติการณ์ทวงถามหนี้ในลักษณะสร้างความหวาดกลัวแก่ลูกหนี้

นอกจากนี้ กลุ่มเครือข่ายดังกล่าวยังมีพฤติการณ์นำใบปลิวและนามบัตรโฆษณาเงินกู้ไปโปรยตามบ้านเรือน ร้านค้า ตลาด และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนรำคาญ ต้องคอยเก็บกวาดใบปลิวเป็นประจำ

อีกทั้งยังกระทบต่อภาพลักษณ์และสิ่งแวดล้อมของ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ โดยประชาชนได้ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์มาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

ผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นประชาชนผู้หวังดีต่อทางราชการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทราบว่า เครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ มาแล้วจำนวน 3 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี แต่ยังคงกลับมาลักลอบประกอบธุรกิจปล่อยเงินกู้นอกระบบอย่างต่อเนื่องโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง

ประชาชนจึงร้องขอให้ตำรวจสอบสวนกลางเข้า ทำการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมถึงตรวจสอบว่ามีผู้มีอิทธิพลหรือผู้ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังเครือข่ายดังกล่าวหรือไม่

ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนวางแผนเข้าดำเนินการจับกุม

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กก.4 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ตชด.33 และ กก.4 บก.ปทส. ได้รับแจ้งจากว่า มีชายไทย ขับรถจยย. ลักลอบนำใบปลิวโฆษณาเงินกู้นอกระบบออกโปรยแจกภายในพื้นที่หมู่บ้าน และสถานที่สาธารณะสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ในเขต อ.สารภี และ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าตรวจสอบบริเวณ ริมถนนภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ 

เมื่อเดินทางไปถึง พบชายไทยมีลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้งขับรถจยย. มายังที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ พร้อมแสดงบัตรประจำตัวให้ดูก่อนทำการตรวจค้น โดยเจ้าหน้าที่ทุกนายได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจแก่ผู้ถูกตรวจค้น ทราบชื่อต่อมาคือ นายภาคิน

จากการสอบถามคำให้การในชั้นจับกุมให้การยอมรับว่า ประกอบอาชีพปล่อยเงินกู้ให้กับเครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” ภายใต้การดูแลของบุคคล หัวหน้า ชื่อ “เฟลม” ตนเองทำมาแล้วประมาณ 1 ปี 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจค้นตัวและรถจยย. จากการตรวจค้น พบใบปลิวและนามบัตรโฆษณาเงินกู้ นอกระบบจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะรถจยย. และภายในกระเป๋าสะพายรวมกว่า 700 ใบ พร้อมบัญชีรายชื่อลูกค้าที่กู้ยืมเงิน โทรศัพท์มือถือซึ่งมีข้อมูลลูกค้าจำนวนมาก และของกลางอื่นรวม 9 รายการ

จากการสอบถาม นายภาคิน ให้การรับว่า ตนเองนำใบปลิวดังกล่าวไปโปรยตามหมู่บ้าน ร้านค้า ตลาด และสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ในพื้นที่จ.เชียงใหม่ เพื่อโฆษณาปล่อยเงินกู้นอกระบบ โดยใช้รถจยย. เป็นพาหนะในการแจกใบปลิวและติดต่อปล่อยเงินกู้

พร้อมทั้งยอมรับว่ามีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ในอัตราร้อยละ 20 ต่อ 24 วัน เช่น การกู้ยืมเงินจำนวน 10,000 บาท จะต้องชำระคืนวันละ 500 บาท เป็นระยะเวลา 24 วัน รวมยอดชำระทั้งสิ้น 12,000 บาท ซึ่งปรากฏหลักฐานจากบัญชีรายชื่อลูกค้าที่ตรวจยึดได้

จากการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม ทั้งจากข้อมูลโทรศัพท์ เส้นทางการเงิน และการสอบปากคำผู้ถูกจับ ทราบว่า เครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” มีการกระจายเครือข่ายอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โดยใช้รูปแบบนามบัตรและข้อความโฆษณาในลักษณะเดียวกัน แต่เปลี่ยนสีนามบัตรเงินกู้และหมายเลขโทรศัพท์ไปตามพื้นที่ในแต่ละจังหวัดและภาค รวมทั้งการปล่อยเงินกู้ในเครือข่ายของตนเองจะมีผู้จัดการประจำจ.คอยควบคุมดูแลการปล่อยเงินกู้ในแต่ละพื้นที่

ผู้ถูกจับยังให้การเพิ่มเติมว่า เครือข่ายเงินกู้ “เงินด่วนทันใจ” ของตนเคยถูกจับกุมในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ มาแล้วจำนวน 3 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา และตนเองเพิ่งถูกศาล จ.เชียงใหม่ พิพากษาจำคุก 2 ปี ปรับ 150,000 บาท โดยศาลให้รอการลงโทษจำคุก เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ก่อนจะกลับมากระทำผิดซ้ำอีกครั้งในวันนี้ จนถูกเจ้าหน้าที่จับกุม

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายภาคิน พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งจะดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการ นายทุน และผู้เกี่ยวข้องในเครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และ ภาคอีสาน

รวมทั้งดำเนินมาตรการทางการเงินเพื่อตรวจสอบเส้นทางทรัพย์สินและดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง