องค์การอนามัยโลก รายงาน ขณะนี้พบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัส “อีโบลา” แล้วกว่า 900 คน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 170 คน ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก พร้อมเตือนว่าตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นอีก
วันนี้ (25 พ.ค. 69) นพ.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (24 พ.ค. 69) ว่า ขณะนี้พบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัส “อีโบลา” แล้วมากกว่า 900 คน ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือ ดีอาร์คองโก ซึ่งรวมถึงผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแล้ว 101 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้การระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดีบูโย เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติ
โดยผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลกระบุว่า จากการเพิ่มการเฝ้าระวังเพื่อรับมือกับการระบาดของ “อีโบลา” ในดีอาร์คองโก ขณะนี้พบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อมากกว่า 900 คน รวมถึงผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแล้ว 101 คน ในจังหวัดอิตูริ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการระบาด โดยอิตูริมีประชากรเกือบ 5 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง ปัจจุบันประชากร 1 ใน 4 ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และประชากร 1 ใน 5 ต้องพลัดถิ่นภายในประเทศ
นอกจากนี้ ยังระบุว่า ความรุนแรงกำลังบีบให้ผู้คนต้องอพยพ ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมก็ได้รับผลกระทบด้วย และความรุนแรวงก็ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความพยายามในการติดตามผู้สัมผัสเชื้ออีโบลา รวมถึงการระบุการติดเชื้อได้เร็วพอที่จะให้การดูแลรักษาอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ความไม่มั่นคงและความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องยังทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจกันภายในชุมชนอีกด้วย
ขณะนี้ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) และพันธมิตรด้านมนุษยธรรมด้านสุขภาพ ยังคงปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่อิตูริ รวมถึงพื้นที่ที่เข้าถึงยากและพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงชุมชนต่าง ๆ ที่กำลังเผชิญกับภัยคุกคามไม่เพียงแต่จาก “อีโบลา” เท่านั้น แต่ยังรวมถึงโรคภัยไข้เจ็บอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเรากำลังให้การสนับสนุนหลายประการดังนี้
-การดูแลสุขภาพมารดา สุขภาพอนามัยการเจริญพันธุ์ ทารกแรกเกิด เด็ก และวัยรุ่น
-การรักษาภาวะขาดสารอาหารเฉียบพลันรุนแรงที่มีภาวะแทรกซ้อน
-บริการด้านสุขภาพจิต การดูแลบาดแผล และการสนับสนุนผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงทางเพศ
-เวชภัณฑ์
-การฉีดวัคซีนตามปกติ
-บริการด้านสุขภาพชุมชน
ทั้งนี้ การให้บริการด้านสุขภาพอย่างครบวงจรเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เพียงแต่เพื่อตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพอย่างเร่งด่วนเท่านั้น แต่ยังเพื่อสร้างความไว้วางใจซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อการรับมือกับ “โรคอีโบลา” อย่างมีประสิทธิภาพ