คอลัมน์หมายเลข 7 : ทวงคืนที่ดิน วัดบางแพรก จ.นนทบุรี จากเอกชน ตอน 1

View icon 6
วันที่ 25 พ.ค. 2569 | 11.30 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - กลายเป็นมหากาพย์การทวงคืนที่ดินวัดบางแพรก จังหวัดนนทบุรี ที่กรรมสิทธิ์ตามโฉนดที่ดินตกไปอยู่ในมือเอกชน หลังจากอดีตเจ้าอาวาส นำที่ดินไปจำนอง และขายฝาก แม้หนทางริบหรี่ต่อการจะได้ที่ดินวัดคืน กลับมีช่องทางกฎหมายที่พอจะต่อสู้ได้ ติดตามจากคุณหนึ่ง อรรถพล ดวงจินดา ในช่วง คอลัมน์หมายเลข 7

ไม่มีใครคาดคิดว่าที่ดินตาบอด 3 ไร่ ด้านหลังของวัดบางแพรก อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี จะกลายเป็นปัญหายืดเยื้อยาวนานมาเป็น 10 ปี จากเจ้าอาวาสวัดคนก่อน มาถึงเจ้าอาวาสวัดในยุคปัจจุบัน ที่ต้องตามทวงคืนที่ดินของวัด จากที่ดินมูลค่าแค่ 7 ล้านบาท ที่เจ้าอาวาสรูปที่แล้วใช้เงินซื้อจากเอกชน ในปี 2553 และปัจจุบัน ถูกเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ไปอยู่ในมือเอกชน จนทะยานพุ่งขึ้นไปถึง 35 ล้านบาทในวันนี้

คอลัมน์หมายเลข 7 เคยลงตรวจสอบเรื่องนี้ หลังได้รับร้องเรียนจากชาวบ้าน และติดตามทวงถาม นำเสนอข่าว ที่ดินเจ้าปัญหานี้มาต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2561-2562

ย้อนกลับไปปฐมบทของเรื่องราวปัญหาที่ดินตาบอดแปลงนี้ เริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2551 พระครูเกษมธีรคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางแพรก ที่เข้ามารับตำแหน่งแทนเจ้าอาวาสวัดรูปเก่าที่มรณภาพ ได้รวบรวมเงินเก็บของวัดบางแพรก ที่เจ้าอาวาสรูปเก่าเก็บสะสมไว้ประมาณ 7 ล้านบาท นำไปซื้อที่ดินแปลงนี้ ซึ่งอยู่ติดกับวัดแค่คลองกั้น แต่ใส่ชื่อตนเอง คือพระปลัดธีรนันท์ ดวงมนตรี สมณศักดิ์ในขณะนั้น เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ทั้งที่ซื้อด้วยเงินของวัด

เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2555 พระครูเกษมธีรคุณ อดีตเจ้าอาวาส ได้นำโฉนดที่ดินของวัด ไปจำนองกับเอกชน เพื่อขอกู้เงิน ประมาณ 5 ล้านบาท ออกมาใช้ในกิจกรรมของวัด กระทั่งในปีสุดท้าย ได้เปลี่ยนสัญญาเป็นขายฝาก เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2555 ให้กับนายธารทอง และได้กรรมสิทธิ์ตามโฉนดที่ดิน ปี 2556 หลังจากเจ้าอาวาสวัดบางแพรก ไม่ไปไถ่ถอนที่ดินตามสัญญา ที่ต้องไถ่ถอนที่ดินคืนภายใน 1 ปี จนสถานะล่าสุดของที่ดิน 3 ไร่ 1 งาน แปลงนี้ถูกเปลี่ยนมือเป็นของเอกชน

ข้อมูลที่คอลัมน์หมายเลข 7 เคยนำเสนอ และสัมภาษณ์ พระครูเกษมธีรคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางแพรก ยอมรับว่า นำเงินของวัดไปซื้อที่ดิน และใช้เงินคืนไปแล้ว 2 ล้านบาท ก่อนจะขายฝากที่ดินแปลงนี้ไปในราคา 3 ล้านบาท และไม่สามารถซื้อที่ดินแปลงนี้กลับคืนจากเอกชนในราคาเดิม 5 ล้านบาทได้ เพราะเอกชน ระบุ หากจะซื้อคืน ต้องจ่ายพร้อมดอกเบี้ย

แม้ว่าก่อนหน้านี้ คุณสมโภชน์ โตรักษา และอาจารย์พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าฯ สตง. ขยายผลตรวจสอบเรื่องนี้ร่วมกัน ชนิดที่ว่าตามจี้ตรวจแบบไม่พัก ได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับ นายธารทอง ผู้รับขายฝากที่ดิน และเป็นผู้ได้กรรมสิทธิ์ตามโฉนดที่ดินแปลงนี้ ให้สัมภาษณ์ในตอนนั้น คล้ายกับจะยินยอมขายที่ดินแปลงนี้คืนให้วัด แต่สงวนราคาที่ดิน อยู่ที่ 13 ล้านบาท

หลังจากนั้นไม่นาน พระครูเกษมธีรคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางแพรก ทำหนังสือชี้แจงไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก่อนจะขอลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส แล้วย้ายออกไปจากวัด ทราบจากชาวบ้านว่า ไปจำวัดในต่างประเทศ หลังจากทิ้งปัญหาใหญ่ ให้เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ช่วยสะสางปัญหานี้อย่างทุกข์ใจ

แม้เวลาผ่านล่วงเลยไปกว่า 10 ปี นอกจากพระมหาณัฐวุฒิ กัลยาณเมธี เจ้าอาวาสวัดบางแพรกในยุคปัจจุบัน จะไม่สามารถซื้อที่ดินแปลงนี้ของวัดกลับคืนมาได้แล้ว ยังถูกนายทุนกดดันอย่างหนัก ให้รื้อห้องน้ำที่สร้างไว้ริมคลอง กดดันให้เปิดรั้วประตูวัด ให้เอกชนใช้เป็นทางเข้า-ออกที่ดิน ผ่านสะพานข้ามคลอง หน้ากุฏิเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นทางเข้า-ออกเดียวของที่ดินแปลงนี้ จนต้องร้องขอให้หลายหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ

ปัจจุบันที่ดินแปลงนี้ ตามโฉนดยังเป็นชื่อของเอกชน เป็นที่ดินตาบอด โดยเอกชนจะยอมขายคืนให้กับวัด แต่คิดราคาเพิ่ม จากราคาจำนอง 5 ล้านบาทในจุดเริ่มต้น เพิ่มเป็น 30 ล้านบาท ในปี 2568 แล้วปรับขึ้นราคาอีกในปัจจุบันที่คอลัมน์หมายเลข 7 โดยคุณสมโภชน์ โตรักษา ได้โทรศัพท์ไปสอบถามกับเอกชนรายนี้ เพื่อขอไกล่เกลี่ยจบปัญหา ทว่าคำตอบที่ได้รับ กลับเพิ่มราคาสูงขึ้นเป็น 35 ล้านบาท ทั้งที่ที่ดินแปลงนี้ใช้เงินวัดซื้อมา จนหลายหน่วยงานต่างเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องข้อกฎหมาย

แน่นอนว่า การทวงถาม ติดตามที่ดินวัด ตอนนี้จะครบกำหนดที่เจ้าคณะอำเภอบางบัวทอง ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเจ้าอาวาสวัดบางแพรก ต้องรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2568 เพื่อดำเนินคดีกับพระครูเกษมธีรคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางแพรก เบื้องต้นอยู่ระหว่างดำเนินการรวบรวมเอกสารใช้ต่อสู้คดี ทวงคืนที่ดินวัดบางแพรก กลับคืนมา ตามข้อกฎหมายอย่างจริงจัง

#คอลัมน์หมายเลข7 #ต้านทุจริตตามติดกลโกง #ที่ดินวัดบางแพรก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง