ตำรวจไทย ร่วมมือสถานทูต-ตำรวจจีน ช่วยเหลือ 4 ชาวจีน หวังมาทำธุรกิจในไทย แต่ถูกเพื่อนร่วมชาติลวงไปทำงานแก๊งคอลเซนเตอร์ในเมียนมา
วันนี้ (26 พ.ค. 69) เวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตคม.ตร.) ประชุมและแถลงผลการช่วยเหลือชาวจีน 4 คน ที่ถูกหลอกลวงไปทำงานแก๊งคอลเซนเตอร์ในประเทศเมียนมา โดยมี พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นางสิริเกศอนงค์ ไตรรัตนทรงพล ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลง ณ ห้องประชุม ศูนย์คัดแยกและส่งต่อผู้เสียหายระดับชาติ ดอนเมือง
ทั้งนี้ ศตคม.ตร. ได้รับแจ้งเหตุจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ว่าชาวจีนถูกกักขังในแก๊งคอลเซนเตอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศเมียนมา ทาง พล.ต.อ.ธัชชัย ได้สั่งการให้ตำรวจในพื้นที่ จ.ตาก และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทำการสืบสวนขยายผล นำไปสู่การช่วยเหลือชาวจีนจำนวน 4 คน เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 69 โดยความสำเร็จในการช่วยเหลือครั้งนี้ เกิดจากการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างทางการไทย จีน และ เมียนมา โดยทำการกดดันอย่างหนัก จนชาวจีนทั้ง 4 คน ถูกปล่อยตัวออกมา
จากการตรวจสอบพยานหลักฐานและเส้นทางการเดินทาง พบว่าเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 69 คนจีนจำนวน 4 คน ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านช่องทางปกติ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภายหลังการเดินทางเข้าประเทศ คนจีนทั้ง 4 คน ได้เดินทางไปเข้าพักยังโรงแรมในบริเวณใกล้เคียงสนามบินด้วยตนเอง ต่อมาทั้ง 4 คน ได้เดินทางมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ จ.ตาก และข้ามพรมแดนไปยังประเทศเมียนมา โดยใช้ยานพาหนะที่ได้รับการจัดเตรียมจากเพื่อนชาวจีน ซึ่งเป็นบุคคลที่ชักชวนให้คนจีนทั้ง 4 คน เข้ามาแสวงหาลู่ทางประกอบธุรกิจในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามคนจีนทั้ง 4 คน ให้การว่า วัตถุประสงค์หลักในการเดินทางครั้งนี้คือการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจ โดยมีจุดหมายปลายทางที่ตั้งใจไว้คือ จ.เชียงใหม่ โดยแต่ละคนได้เตรียมเงินสดติดตัวมาประมาณ 30,000 หยวน และเงินไทย 10,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่พบข้อสังเกตสำคัญว่าค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าพาหนะเดินทางภายในประเทศ และค่าที่พัก ล้วนได้รับการอำนวยความสะดวกและออกค่าใช้จ่ายให้โดยเพื่อนชาวจีนที่เป็นผู้ชักชวนทั้งสิ้น ทั้งนี้ คนจีนทั้ง 4 คน ได้มีความตระหนักและระมัดระวังตัวก่อนการเดินทาง ได้แจ้งกำชับกับทางครอบครัวไว้ล่วงหน้า ว่าหากไม่สามารถติดต่อพวกตนได้ ให้รีบดำเนินการแจ้งความต่อตำรวจในประเทศจีนทันที
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เส้นทางการเดินทาง และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในชั้นนี้ ยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าบุคคลดังกล่าวถูกลักพาตัว กักขัง หรือถูกบังคับควบคุมตัวระหว่างการเดินทางเข้าประเทศและการเดินทางภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินกระบวนการคัดแยกตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) เพื่อพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านว่ามีการหลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ หรือแสวงหาประโยชน์ในลักษณะที่เข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์หรือไม่ โดยในกระบวนการคัดแยกนั้นจะมีเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยเข้าร่วมสังเกตการณ์
ปัจจุบันบุคคลทั้ง 4 คน อยู่ระหว่างการเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและคุ้มครองตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism: NRM) เพื่อประเมินสถานะและจัดให้ได้รับการคุ้มครองตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการด้วยความคำนึงถึงความปลอดภัย ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และประโยชน์สูงสุดของผู้เสียหายเป็นสำคัญ
ถึงแม้ว่าประเทศไทยอาจถูกใช้เป็นทางผ่านของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในบางกรณีอย่างลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากมีระบบการขนส่งที่สะดวกในระดับภูมิภาค และมีพื้นที่ชายแดนทางธรรมชาติที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทยมีมาตรการยกระดับการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และตอบสนองต่อข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินการทุกกรณีที่ได้รับการประสานหรือร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ โดยไม่ยินยอมให้ผู้กระทำความผิดใช้ดินแดนไทยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการกระทำความผิดโดยเด็ดขาด
นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะร่วมกับกรมการขนส่งทางบกกำลังพิจารณาดำเนินการกับแอปพลิเคชันรถรับจ้าง และรถยนต์รับจ้างที่ไม่มีใบอนุญาต เพื่อตัดช่องทางรถรับจ้างไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจเข้าข่ายสนับสนุนการค้ามนุษย์ด้วย
พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยทางการไทยมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด อย่างไรก็ตาม หากท่านต้องการเดินทางเข้ามาประเทศไทยเพื่อทำงานในประเทศไทยนั้นต้องทำการขอวีซ่าทำงาน และต้องตรวจสอบว่าเอเยนซี่รับสมัครงานในประเทศของท่านนั้นมีตัวตนอยู่จริง และเชื่อถือได้หรือไม่ หากท่านได้รับข้อเสนอให้มาทำงานในไทยและเดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่าท่องเที่ยว หรือ ยกเว้นการตรวจลงตรา (free visa) และมีผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ ให้ระมัดระวังว่าอาจจะถูกหลอกลวง โดยสามารถตรวจสอบและสอบถามได้กับทางสถานทูต หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง
รอง ผบ.ตร. ยืนยันว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ การลักลอบนำพาบุคคล และอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ โดยเมื่อได้รับการร้องขอหรือประสานข้อมูลจากหน่วยงานต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ไทยจะดำเนินการตรวจสอบ ให้ความช่วยเหลือ และคุ้มครองผู้ที่อาจตกเป็นผู้เสียหายโดยทันทีตามกฎหมายและมาตรฐานสากล โดยในส่วนของคดีนี้จะไม่สิ้นสุดเพียงการช่วยเหลือ แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตจีนและตำรวจจีน ดำเนินการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำตัวผู้จัดหา ผู้รับส่ง ผู้ประสานงาน ผู้สนับสนุน และผู้สั่งการในเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมเดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนและประชาคมระหว่างประเทศว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการปราบปรามการค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจังและต่อเนื่องมาโดยตลอด