ห้องข่าวภาคเที่ยง - ปัญหาที่ดินวัดบางแพรก จังหวัดนนทบุรี ที่อดีตเจ้าอาวาสวัดนำไปจำนองและขายฝาก ทำให้ที่ดินตกไปอยู่ในมือเอกชน ล่าสุด หลายหน่วยงาน เตรียมใช้ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามทวงที่ดินกว่า 3 ไร่ กลับมาเป็นทรัพย์สินของวัดบางแพรก กลับคืนมาให้วัด ติดตามจาก คุณหนึ่ง อรรถพล ดวงจินดา ในช่วง "คอลัมน์หมายเลข 7"
ปัญหาการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินตาบอด บนเนื้อที่ 3 ไร่ 1 งาน ของวัดบางแพรก อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ที่อดีตเจ้าอาวาสรูปเก่าก่อไว้ให้เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันต้องแบกรับกับผลกระทบ ทั้งคำถามจากญาติโยม และเอกชนกดดันให้เจ้าอาวาสเปิดทางผ่านสะพานสาธารณะ ทั้งที่อยู่หน้ากุฏิเจ้าอาวาส เพื่อให้เอกชนสามารถเข้า-ออก ที่ดินแปลงนี้กันแบบไม่ลดละ
ที่ดินแปลงนี้ พระครูเกษมเมธี อดีตเจ้าอาวาสวัดบางแพรก ในขณะนั้น ใช้เงินวัด 7 ล้านบาท ซื้อที่ดินมาในปี 2553 แล้วใส่ชื่อตัวเองเป็นผู้ถือครองโฉนดที่ดิน ก่อนนำไปจำนองกับเอกชนเพื่อขอกู้เงิน ประมาณ 5 ล้านบาท เมื่อปี 2555
แม้ว่าข้อมูลที่ คุณสมโภชน์ โตรักษา ที่ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น และพยายามช่วยไกล่เกลี่ยปัญหานี้ โดยโทรศัพท์ไปหาเอกชนรายนี้ ได้คำตอบว่า จะยินยอมขายที่ดินตาบอด แปลงนี้ให้วัดได้ทุกเมื่อ ถ้าวัดจ่ายเงินคืนให้ในราคา 35 ล้านบาท
เรื่องนี้ทำเอาทีมคอลัมน์หมายเลข 7 เองถึงกับอึ้ง เพราะที่ดินแปลงนี้ในทางกฎหมาย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 34 ระบุไว้ชัดเจนว่า ที่ดินของวัดเป็นทรัพย์สินที่ไม่อยู่ในความรับผิดชอบแห่งการบังคับคดี ห้ามโอนย้าย หากไม่มีการตราเป็นพระราชกฤษฎีกาดำเนินการตามขั้นตอน
สอดคล้องกับข้อมูลที่ คุณสมโภชน์ โตรักษา เคยเข้าไปสอบถามข้อมูลกับเจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี ในปี 2561 ยอมรับว่า เจ้าอาวาสวัดหลาย ๆ วัดก็จะใช้วิธีนี้ คือซื้อที่ดินแล้วใส่ชื่อเจ้าอาวาสแทน เพราะหากพระมรณภาพ ที่ดินก็ต้องตกเป็นของวัด
อีกทั้งการที่วัดจะซื้อที่ดิน แล้วให้เป็นที่ดินของวัดโดยตรงเป็นเรื่องยาก ต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ทำให้หลายวัดในอดีต ใช้วิธีการซื้อที่ดิน แล้วใช้ชื่อเจ้าอาวาสวัด เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินนั้นแทน
นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าฯ สตง. ซึ่งเป็นผู้เข้าตรวจสอบร่วมกับคุณสมโภชน์ โตรักษา ตั้งแต่แรก ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าด้วยตนเองกันอีกรอบ ยอมรับว่า หนักใจกับปัญหานี้ ที่เอกชนเข้ายึดครองที่ดินวัด จนเป็นปัญหายืดเยื้อยาว แต่เรื่องนี้พอเห็นช่องทางของกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 จึงหวังทวงคืนที่ดิน "ตาบอด" แปลงนี้ กลับคืนมาให้วัดบางแพรก แม้จะมีการซื้อ-ขายที่ดิน ตามเอกสารสิทธิ แต่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงที่ดินของวัดไปจากนี้ได้
ด้าน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนนทบุรี ที่ลงมารับฟังความเดือดร้อนของเจ้าอาวาสวัด ยอมรับว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ไม่นิ่งเฉย มีการติดตาม และพยายามเข้าช่วยเหลือ แก้ไขมาต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งหลังจากนี้จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายกับอดีตเจ้าอาวาส เพื่อทวงคืนที่ดินแปลงนี้กลับคืนจากเอกชน
ข้อกฎหมาย และหลักการสืบสวนข้อเท็จจริง วัดบางแพรก มีสิทธิ์ครอบครองและถือกรรมสิทธิ์โดยชอบธรรม แม้ว่าในทางพฤตินัย ชื่อตามโฉนด และเอกสารสิทธิ์ จะถูกโอนย้ายไปยังตัวเอกชน ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เกี่ยวกับทรัพย์สินที่เป็นของวัด ห้ามโอนย้าย การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินวัด หรือที่ธรณีสงฆ์ จะกระทำได้ต่อเมื่อมีการตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเท่านั้น เพราะที่ดินวัดถือเป็นสาธารณสมบัติประเภทพิเศษ ห้ามนำไปค้ำประกัน หรือบังคับคดี จำนอง เพื่อยึดทรัพย์โดยเด็ดขาด