เดินหน้าคู่ขนาน “มท.4” ลั่น โกงสอบท้องถิ่น ไม่ได้จบแค่ถอนชื่อ เปิดทาง 5 หน่วยงานสาวถึงคนเบื้องหลัง ทั้งคดี-เส้นเงิน เผย เรียกผู้สอบได้บรรจุทดแทน ต.ค.นี้
วันนี้ (1 ส.ค.69) นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่สังคมตั้งคำถามการทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น ไม่ควรจบแค่การเพิกถอนชื่อ แต่ควรขยายผลไปถึงผู้บงการและตรวจสอบเส้นทางการเงินว่า ประเด็นสำคัญคือมหาดไทยต้องการให้สังคมเห็นภาพอย่างครบถ้วนว่า “การเพิกถอน” กับ “การดำเนินคดีเพื่อสาวถึงตัวการ” เป็นคนละกระบวนการ และกำลังเดินคู่ขนานกัน เรื่องนี้เราไม่ได้มองแค่คนที่ปลายเหตุ แต่ต้องไล่ตั้งแต่คนที่ได้คะแนนผิดปกติ ไปถึงกระบวนการที่ทำให้เกิดการทุจริต หากมีพยานหลักฐานถึงผู้สนับสนุน ผู้จัดการ หรือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย
นายวรศิษฎ์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ส่งข้อมูลผู้ที่พบการแก้ไขคะแนนจำนวน 5,925 คน ให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบและดำเนินคดี 5 หน่วยงานแล้ว ทั้ง ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง. บก.ปปป. และ DSI เพื่อให้แต่ละหน่วยงานดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ทั้งในความผิดทุจริตและการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เมื่อได้รับข้อมูลแล้วก็ขอให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าตรวจสอบอย่างเต็มที่ หากพบการกระทำความผิดก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อให้เรื่องนี้เกิดความกระจ่าง คนผิดต้องรับผิด และคนสุจริตต้องได้รับความเป็นธรรม
ในส่วนกระทรวงมหาดไทยก็ทำตามอำนาจหน้าที่ ขณะนี้ได้ดำเนินการเพิกถอนการบรรจุผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว 3,868 คน มีผลพร้อมกันทั่วประเทศเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้มีความผิดปกติอีกราว 2,000 คน ซึ่งยังไม่ได้รับการบรรจุ จะไม่ถูกเรียกเข้ารับราชการ แต่มีแผนเรียกผู้สอบผ่านที่คะแนนถูกต้องมาบรรจุทดแทนในเดือน ต.ค.นี้ ทั้งนี้ ตัวเลข 5,925 กับ 3,868 ไม่ใช่ตัวเลขที่ขัดกัน แต่เป็นคนละขั้นตอนของการจัดการ เราต้องแยกให้ชัดว่าใครถูกแก้คะแนน ใครถูกบรรจุแล้ว และใครยังไม่ได้บรรจุ เพื่อให้การแก้ปัญหาถูกต้องและไม่กระทบคนที่สอบได้ด้วยความสุจริต
นายวรศิษฎ์ กล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญที่ไม่แพ้การจัดการคนทุจริต คือการคืนความเป็นธรรมให้กับคนที่สอบได้ด้วยความสามารถของตัวเอง เพราะความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับระบบราชการ แต่เกิดขึ้นกับคนที่ตั้งใจอ่านหนังสือ สอบตามกติกา และควรได้รับตำแหน่งจากความสามารถอย่างแท้จริง เราไม่ได้ต้องการแค่ปิดแฟ้มว่าเอาผิดคนไปแล้วกี่คน แต่ต้องทำให้คนไทยเห็นว่า ระบบราชการไม่ใช่พื้นที่สำหรับการซื้อขายโอกาส ใครโกงต้องรับผิด ใครอยู่เบื้องหลังต้องถูกสาวถึง และคนที่สอบด้วยความสุจริตต้องได้รับความเป็นธรรมกลับคืนมา
นายวรศิษฎ์ ย้ำว่า เรื่องนี้ต้องแยกการแก้ปัญหาออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน คือ การจัดการผลจากการทุจริตที่เกิดขึ้นแล้ว และการขยายผลหาผู้กระทำผิดหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมหาดไทยจะดำเนินการในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ ขณะที่หน่วยงานที่ได้รับข้อมูลก็จะดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่รับผิดชอบ เรื่องนี้ไม่ใช่ถอนชื่อแล้วจบ แต่ต้องเดินหน้าต่อในทุกกระบวนการตามกฎหมาย และหากพบความผิดก็ต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด ใครผิดต้องรับผิด ใครอยู่เบื้องหลังต้องสาวถึงต้นตอ และคนสุจริตต้องได้โอกาสของเขาคืนมา