ปฏิบัติการ “ขจัดเหลือบราชสีห์” รวบ อส. เอี่ยวอดีตปลัดอำเภอเชียงของ ร่วมขบวนการสวมสิทธิใบ ป.3  ต้าอาวุธปืนข้ามชาติ

ปฏิบัติการ “ขจัดเหลือบราชสีห์” รวบ อส. เอี่ยวอดีตปลัดอำเภอเชียงของ ร่วมขบวนการสวมสิทธิใบ ป.3 ต้าอาวุธปืนข้ามชาติ

View icon 755
วันที่ 29 พ.ค. 2569 | 14.11 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ปฏิบัติการ “ขจัดเหลือบราชสีห์” รวบ อส. เอี่ยวอดีตปลัดอำเภอเชียงของ ร่วมขบวนการสวมสิทธิใบ ป.3  ค้าอาวุธปืนข้ามชาติ กว่า 400 กระบอก สร้างรายได้มหาศาลหลายล้านบาท เป็นคนเดียวกับปลัดอำเภอเวียงแหง ที่เพิ่งถูกสั่งออกจากราชการ กรณีสวมตัวคนต่างด้าว รวบแล้ว 4 คน เร่งล่าอดีตปลัดอำเภอ

วันนี้ (29 พ.ค. 69) เวลา 07.00 น. ที่ผ่านมา ภายใต้นโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มีนโยบายสำคัญเร่งด่วนคือการป้องกันและปราบปรามการทุจริต การจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพล ได้มอบหมายให้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อม นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง , นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ,นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง และ ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ สั่งการให้ นายศักดิ์ชัย โรจนรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง เปิดปฏิบัติการ ขจัดเหลือบราชสีห์ นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เข้าตรวจค้นจับกุมขบวนการค้าอาวุธข้ามชาติในพื้นที่ จ.เชียงราย และจังหวัดข้างเคียง

สืบเนื่องจาก กรมการปกครองได้ตรวจพบเกี่ยวกับความผิดปกติของระบบอาวุธปืน ของ อ.เชียงของ จ.เชียงราย พบว่ามีผู้ที่มีใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนส่วนบุคคล แบบ ป.3 แต่ไม่ได้นำมาออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน แบบ ป.4 เป็นจำนวนมาก ในห้วงปี พ.ศ. 2565 – 2566 ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่น่าเชื่อได้ว่าอาจมีการปลอมแปลงเอกสารราชการหรือลายมือชื่อเจ้าพนักงาน เพื่อใช้ในการซื้ออาวุธปืนโดยมิชอบ จึงสั่งให้ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ตรวจสอบและรายงานความผิดปกติกรณีดังกล่าว

จากนั้น อธิบดีกรมการปกครอง จึงสั่งการให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง สืบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิด จึงเป็นที่มาของปฏิบัติการดังกล่าว โดยชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองได้นำหมายค้นและหมายจับ จากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 เข้าตรวจค้น จับกุมผู้ต้องหา 5 คน และตรวจค้น 2 สถานที่

ต่อมา หลังการเปิดปฏิบัติการกระจายกำลังเข้าตรวจค้น จับกุมผู้ต้องหาขบวนการดังกล่าวได้จำนวน 4 คน พร้อมของกลางที่ยึดนำมาตรวจสอบ  อาวุธปืนยาว จำนวน 3 กระบอก เครื่องกระสุนขนาดต่าง ๆ กว่า 200 นัด แยกเป็น ขนาด .22 จำนวน 107 นัด กระสุนปืนลูกซอง จำนวน 89 นัด

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ที่ถูกออกหมายจับนั้น เบื้องต้นพบเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ 2 คน ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ อายุ 42 ปี  หรือ ปลัดโอ อดีตปลัดอำเภอเวียงแหง ซึ่งปัจจุบันถูกสั่งให้ออกจากราชการ อยู่ระหว่างการติดตามตัวนำมาดำเนินคดี คาดว่าจะจับกุมตัวนำมาดำเนินคดีได้เร็ว ๆ นี้  และ นายณัฏฐวุฒน์ อส.อำเภอเชียงของ จ.เชียงราย ที่ทำหน้าที่รวบรวมรายชื่อและเอกสารต่าง ๆ ของคนขอใบอนุญาตใบ ป.3 ซึ่งเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของ นายอภิสิทธิ์ โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก ในพื้นที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย

อย่างไรก็ตาม เครือข่ายดังกล่าวมีการทำกันเป็นขบวนการ มีการวางแผนการทำงานในลักษณะกลุ่มอาชญากร แบ่งหน้าที่กันทำชัดเจน 1. กลุ่มนายทุน 2.กลุ่มนายหน้ารับซื้ออาวุธปืน เพื่อส่งไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน 3.กลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง คือกลุ่มของ นายอภิสิทธิ์ หรือ ปลัดโอ ทำหน้าที่ปลอมใบ ป.3  และ 4.กลุ่มร้านปืน

นอกจากนี้ ยังพบพยานหลักฐานสำคัญ ว่าขบวนการนี้มีแผนประทุษกรรมเอาชื่อบุคคลอื่น หรือเอาชื่อและเอกสารของข้าราชการฝ่ายปกครอง เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. เพื่อออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (ป.3) ซึ่งเป็นเอกสารปลอมทั้งหมด เนื่องจากเจ้าตัวผู้ขอไม่ได้ทราบเรื่องการขออนุญาตแต่อย่างใด จากการตรวจสอบพบมีการขอใบ ป.3  มากกว่า 400 ใบ ประกอบไปด้วย อาวุธปืนลูกซอง อาวุธปืนยาวขนาด .22 และ อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ขนาด .38 และ .380 ซึ่งถือว่าเป็นขบวนการค้าอาวุธปืนข้ามชาติขนาดใหญ่ และเป็นขบวนการทุจริต เป็นเหลือบไรที่เกาะกินกรมการปกครองมานาน

ทั้งนี้ ผลพวงจากการกระทำของขบวนการดังกล่าว ส่งผลให้ในปัจจุบันกลุ่มอาชญากรสามารถจัดหาอาวุธปืน หรือ อาวุธสงคราม มาครอบครองกันได้ง่ายขึ้น ซึ่งการกวาดล้างขบวนการครั้งนี้ถือเป็นการตัดวงจรอาชญากรรมให้ลดน้อยลง และ แน่นอนหลังจากนี้จะยังคงเร่งรัดดำเนินการขยายผลต่อเนื่องว่ามีเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นเกี่ยวข้องหรือมีส่วนรู้เห็นเพิ่มเติมด้วยอีกหรือไม่ และหากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น