กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนฉบับที่ 2 ไทยตอนบนระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะภาคเหนือ-ภาคอีสาน วันที่ 4-7 ก.ย.นี้ ขณะที่สถานการณ์แม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
วันนี้ (2 ก.ย. 69) กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 2 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 4 - 7 กันยายน 2569
โดยในช่วงวันที่ 4 - 7 กันยายน 2569 ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้
ขณะที่พายุโซนร้อน “โซเดล” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งตอนใต้ของจีน ในช่วงวันที่ 3-4 กันยายน 2569 และมีแนวโน้มอ่อนกำลังลง จึงขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย โดยพายุ “โซเดล” จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา
ด้าน นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า ในช่วงวันที่ 1 – 2 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเข้าสู่พายุโซนร้อน “โซเดล” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ส่วนในช่วงวันที่ 3 – 7 กันยายน 2569 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ซึ่งฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ขณะเดียวกัน สถานการณ์แม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมในพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด