“อ.เชน” ระบุ โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR ปลอดภัยสูงกว่า ไทยมุ่งเป็น "ผู้ร่วมพัฒนา" ไม่ใช่เพียง "ผู้ซื้อ"
.
นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า เมื่อช่วงวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวง อว. ได้หารือร่วมกับ EDF (Électricité de France) รัฐวิสาหกิจด้านไฟฟ้าและผู้ดำเนินงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รายใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศส เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก โดยเฉพาะเทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์โมดูลขนาดเล็ก หรือ SMR (Small Modular Reactor) และแนวทางความร่วมมือในอนาคต
.
รวมทั้ง ได้หารือกับบริษัทเอกชนสัญชาติฝรั่งเศส ที่แยกออกมาจากสำนักงานพลังงานปรมาณูฝรั่งเศส (CEA) ผู้พัฒนาเทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์โมดูลขนาดเล็กบนรากฐานการวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่สั่งสมมากว่า 50 ปี โดยกำลังพัฒนาเตาปฏิกรณ์ระบายความร้อนด้วยโซเดียมรุ่นที่ 4 (Sodium Fast Reactor) ซึ่งต่อยอดจากองค์ความรู้ของโครงการ Astrid ของฝรั่งเศส และมีแผนเดินเครื่องหน่วยแรกภายในปี 2032
.
สำหรับ SMR คือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูล มีกำลังผลิตไม่เกิน 300 MW ต่อโมดูล (ราว 1 ใน 3 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบดั้งเดิม) ผลิตและประกอบสำเร็จจากโรงงานก่อนนำไปติดตั้งในพื้นที่จริง
.
เทคโนโลยีนี้มีความปลอดภัยสูงกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วไป เนื่องจากออกแบบให้ตัดความเสี่ยงการหลอมละลายของแกนปฏิกรณ์ ก่อสร้างได้รวดเร็ว มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเพิ่มหรือลดกำลังผลิตได้ตามความต้องการ เลือกขนาดการติดตั้งได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ และไม่ปล่อยคาร์บอน
.
ทั้งนี้ คณะผู้แทนไทย ได้ย้ำชัดเจนในวงหารือว่า หากเทคโนโลยี SMR จะถูกนำมาใช้ในประเทศไทย จะต้องตั้งอยู่บน 3 หลักการสำคัญเท่านั้น ได้แก่
1. ปลอดภัย ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง
2. ยั่งยืน ทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว
3. คนไทยมีส่วนร่วม (Tech Transfer) ประเทศไทยต้องเป็นผู้ร่วมพัฒนาและก่อสร้าง ไม่ใช่เพียงผู้ซื้อเทคโนโลยี
.
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานด้านการทดสอบ (Testing Infrastructure) ซึ่งจะเป็นพื้นที่ให้คนไทยเข้าไปมีบทบาทได้อย่างเต็มที่ และจะกลายเป็น "โรงงานผลิตปริญญาเอก" ที่บ่มเพาะนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์และวิศวกรรุ่นใหม่ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศก้าวต่อไป
.
และ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันสำรวจความเป็นไปได้ของความร่วมมือในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาลในอนาคตอันใกล้ โดยจะมีการรายงานความคืบหน้าให้สาธารณชนได้ติดตามอย่างต่อเนื่องต่อไป
.