วันนี้ (2 มิ.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ จ.อุทัยธานี นายวีระศักดิ์ อายุ 49 ปี ชาวบ้าน เปิดเผยว่า ในฤดูกาลทำนาปีนี้ มีเป้าหมายทำ 80 ไร่ โดยเป็นนาหว่านข้าวแห้ง รอให้ฝนตกลงมาจะให้มากอีกจึงได้ลงมือเตรียมดินและหว่านข้าว
โดยได้นำมูลควายที่ขอจากเพื่อนบ้าน บรรทุกรถแล้วลากจูงด้วยรถไถนาจากคอกควาย นำมูลควายมาเทในแปลงนาข้าว ให้ทั่วทั้งแปลง ไปแล้ว 20 กว่าตัน จากนั้นได้ทำการเกลี่ยด้วยจอบเพื่อให้มูลควายกระจายตัวอย่างทั่วถึง
จากนั้นจะไถเพื่อหมักให้คลุกเคล้ากับดิน ช่วยปรับปรุงบำรุงดินให้ดีขึ้นและลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงจากที่เคยใช้ปุ๋ย 1 กระสอบต่อไร่ ก็จะลดลงเหลือ 25 กก. เท่านั้น ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ครึ่งหนึ่ง
อย่างไรก็ตามฤดูกาลทำนาปีที่ผ่านมาปีที่แล้ว ตนก็ทำใช้มูลควายใส่นาข้าวแล้วไถกลบ ลักษณะนี้ผลผลิตก็ไม่ได้ลดลง กลับได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอีกด้วย
นายณัฐวัฒน์ หนูกลัด รองประธานสภาเกษตรกร จ.อุทัยธานี ได้กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลช่วยลดต้นทุนการผลิต เช่นปุ๋ยเคมี จากเดิมราคาลูกละ 6-700 บาท ขณะนี้ขึ้นมาลูกละ 1,500 บาท
รวมทั้งสารเคมีก็ขึ้นรา จะทำให้ชาวนาอยู่ไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องปรับเปลี่ยนให้ชาวนาอุทัยธานี หันมาใช้ปุ๋ยมูลสัตว์ที่ชาวอุทัยธานี เลี้ยงโค-กระบือ กันเยอะ อยากให้ชาวนาหันมาใช้มูลสัตว์ เพื่อปรับปรุงบำรุงดิน รวมทั้งช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้ครึ่งต่อครึ่ง โดยไม่ต้องไปซื้อ เพียงไปขอจากเพื่อนบ้าน เราเพียงลงแรงไปขนเท่านั้นด้วย