ครม. ไฟเขียว ดีล ไทย-เอธิโอเปีย หนุนเข้า WTO ดันส่งออกปลาทูน่า-ยางพารา-ท่องเที่ยว

ครม. ไฟเขียว ดีล ไทย-เอธิโอเปีย หนุนเข้า WTO ดันส่งออกปลาทูน่า-ยางพารา-ท่องเที่ยว

View icon 15
วันที่ 2 มิ.ย. 2569 | 16.13 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (2 มิ.ย. 69) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่ามีมติเห็นชอบในสารัตถะของร่างพิธีสารว่าด้วยการเจรจาทวิภาคีด้านสินค้าและบริการระหว่างไทยกับเอธิโอเปีย (ร่างพิธีสารฯ)

เพื่อการภาคยานุวัติเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) ของเอธิโอเปีย และมอบหมายให้เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำ WTO และองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในร่างพิธีสารฯ

ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขร่างพิธีสารฯ ที่ไม่ใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของไทย ขอให้ พณ. ดำเนินการได้โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีก
       
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ขอให้นำเสนอคณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบในสารัตถะของร่างพิธีสารว่าด้วยการเจรจาทวิภาคีด้านสินค้าและบริการระหว่างไทยกับเอธิโอเปีย (ร่างพิธีสารฯ) เพื่อการภาคยานุวัติเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) ของเอธิโอเปีย

ซึ่งเป็นการดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนของ WTO ที่เปิดให้ประเทศภาคีสมาชิกเจรจาเปิดตลาดด้านสินค้าและบริการ เพื่อให้มั่นใจว่าการเข้าเป็นสมาชิกใหม่จะไม่กระทบต่อสิทธิประโยชน์เดิมที่สมาชิกปัจจุบันเคยได้รับ และเป็นการกำหนดเพดานภาษีหรือข้อผูกพันด้านบริการที่ชัดเจนก่อนรับเข้าสู่ระบบพหุภาคี โดยเอธิโอเปียอยู่ระหว่างดำเนินกระบวนการภาคยานุวัติเป็นสมาชิก WTO

ทั้งนี้ ร่างพิธีสารฯ มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดข้อผูกพันอัตราภาษีศุลกากรด้านสินค้า และตาราง ข้อผูกพันทั่วไปและข้อผูกพันเฉพาะด้านการค้าบริการ โดยในระหว่างการเจรจาข้อเสนออัตราภาษีผูกพัน

สำหรับการเจรจาเปิดตลาด ไทยได้เรียกร้องให้เอธิโอเปียปรับลดอัตราภาษีผูกพันในสินค้า ศักยภาพของไทย จำนวน 261 รายการ และสามารถสรุปผลการเจรจาทวิภาคี รวมถึงการปรับแก้ถ้อยคำร่างพิธีสารฯ แล้วเสร็จ เมื่อวันที่ (16 ก.พ. 69)

ซึ่งผลการเจรจาทวิภาคีระหว่างไทยกับเอธิโอเปียในการปรับลดอัตราภาษีศุลกากรให้กับสินค้าที่ไทยมีศักยภาพในการผลิตและส่งออก รวมถึงข้อผูกพันการเปิดตลาดสินค้าและบริการของไทย จะถูกนำไปรวมกับผลการเจรจาทวิภาคีระหว่างเอธิโอเปียกับประเทศสมาชิกอื่น ๆ และบรรจุไว้เป็นส่วนต่อท้าย (addendum) ของพิธีสารภาคยานุวัติ (Protocol of Accession) เข้าเป็นสมาชิก WTO ของเอธิโอเปีย

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้เคยมีมติเกี่ยวกับเรื่องในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 เห็นชอบในสารัตถะของร่างพิธีสารว่าด้วยการเปิดตลาดทวิภาคีระหว่างประเทศไทยกับติมอร์ - เลสเต ภายใต้กระบวนการภาคยานุวัติเข้าเป็นสมาชิก WTO ของติมอร์ – เลสเต

ทั้งนี้ การเจรจาทวิภาคีเปิดตลาดสินค้าและบริการ ตามกระบวนการดังกล่าวจะช่วยเพิ่ม ศักยภาพด้านการส่งออกสินค้าของไทยและเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับเอธิโอเปีย ผ่านการปรับลดอัตราภาษีศุลกากรให้กับสินค้าที่ไทยมีศักยภาพ ในการผลิตและส่งออก ได้แก่ สินค้าอุตสาหกรรม เช่น เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์จากยางพารา ไฟเบอร์บอร์ด และวงจรรวมที่ใช้ในทางอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าเกษตร เช่น ปลาทูน่า แป้งทำจากมันสำปะหลัง น้ำมันปาล์มดิบ น้ำตาล ที่ได้จากอ้อย และข้าวโพดหวาน

รวมถึงช่วยขยายโอกาสทางการลงทุนและตลาดบริการในสาขา ที่ไทยมีศักยภาพ เช่น สาขาบริการด้านโรงแรมและภัตตาคาร ธุรกิจนำเที่ยว นอกจากนี้ยังถือเป็นโอกาสที่ดีของไทยที่จะแสดงบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศของเอธิโอเปียในกระบวนการภาคยานุวัติเข้าเป็นสมาชิก WTO ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้เกิดการแข่งขันทางการค้า ที่เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และมีความโปร่งใสในตลาดการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า กต.และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีความเห็นสอดคล้องกันว่า ร่างพิธีสารฯ เป็นเพียงกระบวนการหนึ่งในการเจรจาเพื่อเข้าเป็นภาคีสมาชิกของ WTO กรณีจึงไม่เข้าลักษณะเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และไม่จำเป็นต้องจัดทำหนังสือมอบอำนาจเต็ม (Full Powers) ให้แก่ผู้ลงนาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง