หนุ่มวินจักรยานยนต์อ่อนนุช ฉุนถูกเตือนข้ามเขต ดักชก-เตะซ้ำ ประธานวินจักรยานยนต์แพรกษา กรามหัก ขณะมีผู้โดยสารนั่งซ้อนท้าย คดีไม่คืบ ร้องสายไหมต้องรอด ช่วยขอความเป็นธรรม
วันนี้ (4 ส.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุชายขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ทำร้ายร่างกายประธานชมรมวินรถจักรยานยนต์ตำบลแพรกษา จนได้รับบาดเจ็บสาหัสต่อหน้าผู้โดยสาร สาเหตุมาจากการเข้าไปตักเตือนเรื่องการขี่รถข้ามเขตรับส่งผู้โดยสาร โดย นายชนาธิป อายุ 53 ปี ผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าร้องเรียนและขอความช่วยเหลือจาก นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพื่อให้ช่วยติดตามความคืบหน้าทางคดี หลังเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
นายชนาธิป บอกว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 69 เวลาประมาณ 08:00 น. ขณะที่ตนกำลังขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างไปส่งผู้โดยสารจากเคหะเอื้ออาทรสามบางปู มุ่งหน้านิคมอุตสาหกรรมบางปู ซอย 6 เมื่อขี่ออกมาจากวินได้ประมาณ 500 เมตร ได้มีชายไม่ทราบชื่อ สวมเสื้อวินรถจักรยานยนต์ ระบุเบอร์ 115 ย่านอ่อนนุช พุ่งเข้ามาชกเข้าที่ใบหน้าของตนอย่างจัง จนทำให้รถเสียหลักล้มลง ส่งผลให้ทั้งตนและผู้โดยสารล้มกระแทกพื้น จากนั้นผู้ก่อเหตุยังได้เข้ามาเตะซ้ำที่ใบหน้าตนอีก 3-4 ครั้ง ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนได้รับบาดเจ็บสาหัส ริมฝีปากฉีกขาดเย็บ 5 เข็ม กรามหัก และฟันหัก 3 ซี่ ส่วนผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลถลอกที่ขาจากการกระแทกพื้นถนน โดยเจ้าหน้าที่กู้ชีพได้นำตัวทั้งตนและผู้โดยสารส่งรักษาที่โรงพยาบาล หลังออกจากโรงพยาบาลตนได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.บางปู
ต่อมาในวันรุ่งขึ้น ทางชุดสืบสวนแจ้งว่าสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว และส่งตัวให้พนักงานสอบสวน แต่ผู้ต้องหากลับได้รับการปล่อยตัวไปหลังรับทราบข้อกล่าวหา หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้เข้ามาไกล่เกลี่ยค่าเสียหาย โดยมีพ่อของผู้ก่อเหตุเดินทางมาเป็นตัวแทน ขณะที่ตัวผู้ก่อเหตุยืนรออยู่ด้านนอกห้องสอบสวน โดยพ่อของผู้ก่อเหตุได้พยายามขอชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน ซึ่งจากเดิมที่ตนเรียกร้องไป 30,000 บาท ได้มีการต่อรองเหลือ 23,000 บาท ซึ่งตนก็ตกลงยอมรับ และได้นัดหมายจ่ายเงินกันต่อหน้าตำรวจในวันที่ 26 ก.ค. 69 แต่เมื่อถึงวันนัด ฝ่ายคู่กรณีกลับไม่มาตามนัด เมื่อติดต่อไปยังพ่อของผู้ก่อเหตุกลับได้รับคำตอบว่าไม่มีเงินจ่าย แต่จะนำลูกชายมามอบตัวเพื่อรับโทษแทน เมื่อเวลาผ่านไปผู้ก่อเหตุก็ยังไม่ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน และเมื่อตนโทรศัพท์ไปสอบถามความคืบหน้าจากพนักงานสอบสวน ก็ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ทำให้ตนรู้สึกกังวลใจว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
นายชนาธิป บอกเพิ่มเติมว่า ก่อนเกิดเหตุตนเคยพบเห็นผู้ก่อเหตุสวมเสื้อวินย่านอ่อนนุช กรุงเทพมหานคร แต่นำรถมาวิ่งรับส่งผู้โดยสารข้ามเขตในพื้นที่แพรกษา 0.สมุทรปราการ เมื่อพบกันโดยบังเอิญ ตนจึงได้เข้าไปพูดคุยตักเตือน แต่คู่กรณีกลับย้อนถามว่าวิ่งมาตั้งนานแล้ว ตนมีปัญหาอะไร ก่อนจะแยกย้ายกันไป หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุได้ขี่รถตามมาหาเรื่อง ปาดหน้า และจอดรถขวางด่าทอที่หน้าวิน ตนพยายามไม่ตอบโต้ และใช้มือปัดป้องเพื่อขอทางไปส่งผู้โดยสาร จนกระทั่งผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง ผู้ก่อเหตุจึงมาดักรอและลงมือทำร้ายร่างกายตามที่ปรากฏในคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด
ด้าน นายเอกภพ ระบุว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องพิจารณาแก้ไขกฎหมาย เพื่อเพิ่มโทษในคดีทำร้ายร่างกายให้หนักขึ้น เนื่องจากผู้ก่อเหตุไม่มีความเกรงกลัวกฎหมาย และมักจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงในลักษณะนี้ขึ้นบ่อยครั้ง โดยหลังจากนี้จะประสานไปยัง สภ.บางปู เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้น พบว่าผู้ก่อเหตุเคยต้องโทษในคดีอาญามาก่อน จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวมาตรวจสารเสพติดเพิ่มเติมด้วย เพราะพฤติกรรมและท่าทางขณะก่อเหตุมีลักษณะคล้ายผู้เสพยาเสพติด