หนุ่มวัย 33 วิ่งราวทอง 1 บาท หลังถูกจับอ้าง ทองที่ชิงมาทำหายระหว่างหลบหนี

หนุ่มวัย 33 วิ่งราวทอง 1 บาท หลังถูกจับอ้าง ทองที่ชิงมาทำหายระหว่างหลบหนี

View icon 36
วันที่ 4 มิ.ย. 2569 | 07.58 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
หนุ่มวัย 33 วิ่งราวทอง 1 บาท ก่อนถูกตำรวจตามล่า จึงหนีไม่กลับบ้าน ไม่ไปที่ทำงาน แต่หนีไม่พ้น ถูกรวบขณะกำลังไปช่วยเมียขายของในห้าง หลังถูกจับอ้าง ทองที่ชิงมาทำหายระหว่างหลบหนี

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ยงยุทธ หวานเหนือ รอง ผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ กาสา สว.สส.ฯ และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมตัว นายธีรพัฒน์ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาคดีวิ่งราวทรัพย์ โดยสามารถควบคุมตัวได้ขณะกำลังช่วยภรรยาตั้งร้านขายของอยู่บริเวณชั้น G ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ บริเวณซอย 8 สุขสมบูรณ์ หมู่ 8 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางละมุง ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบผู้เสียหายเป็นหญิง อายุ 41 ปี ชาว จ.ลพบุรี ให้การว่า ภายหลังขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากร้านสะดวกซักเพื่อกลับที่พัก เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ได้มีคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ติดตามมา ก่อนเร่งเครื่องเข้าประกบด้านข้างและฉวยโอกาสกระชากสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท พร้อมพระหลวงปู่ทวดเลี่ยมทอง มูลค่ากว่า 80,000 บาท จากนั้นหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ พบผู้ก่อเหตุเป็นชายไทย อายุประมาณ 30 ปี สวมหมวกกันน็อกสีแดง เสื้อแจ็กเก็ตแขนยาวสีดำ และกางเกงขายาวสีดำ ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้า จีออโน่ สีเทา เป็นพาหนะในการก่อเหตุ เมื่อตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถพบว่า เจ้าของรถคือผู้ต้องหารายดังกล่าว จึงวางกำลังเฝ้าติดตามจับกุมทั้งบริเวณบ้านพักและสถานที่ทำงานย่านถนนวอล์กกิงสตรีท เมืองพัทยา แต่ผู้ต้องหาไหวตัวทันและไม่กลับไปยังสถานที่ดังกล่าวอีกเลย

ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า ผู้ต้องหาจะเดินทางไปช่วยภรรยาขายของภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ศรีราชา จึงนำกำลังเข้าจับตัวได้สำเร็จ

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยอ้างว่ามีปัญหาด้านการเงินและต้องการนำทรัพย์สินไปขายหาเงิน อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหา อ้างว่า สร้อยคอทองคำที่ได้มาจากการก่อเหตุเกิดได้หล่นหายระหว่างหลบหนี

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลตรวจยึดเสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาใช้สวมใส่ในวันก่อเหตุไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา “วิ่งราวทรัพย์” ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง