กทม. จับมือ ตำรวจนครบาล ลุยตรวจสถานบันเทิงเขตวัฒนา สั่งคุมเข้มมาตรการความปลอดภัยเชิงรุก สกัดรอยรั่วสัญญาณเตือนภัยซ้ำรอยโศกนาฏกรรมใหญ่

กทม. จับมือ ตำรวจนครบาล ลุยตรวจสถานบันเทิงเขตวัฒนา สั่งคุมเข้มมาตรการความปลอดภัยเชิงรุก สกัดรอยรั่วสัญญาณเตือนภัยซ้ำรอยโศกนาฏกรรมใหญ่

View icon 371
วันที่ 19 ก.ค. 2569 | 19.47 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจนครบาล ทวีความเข้มงวดในการกระจายกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการและสถานบันเทิงอย่างละเอียดในพื้นที่เขตวัฒนา ย่านทองหล่อ เอกมัย และซอยคาวบอย เพื่อยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด และป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ร้านอาหาร โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งสร้างความสูญเสียอย่างหนัก

กรุงเทพมหานคร เปิดเผยโรดแมปการดำเนินงานเชิงรุก โดยตั้งเป้าหมายปูพรมตรวจค้นและประเมินระบบความปลอดภัยของสถานบันเทิงทั้งหมด 1,100 กว่าแห่งทั่วกรุงเทพมหานครให้เสร็จสิ้นอย่างเด็ดขาดภายในกรอบเวลา 2 สัปดาห์

ทั้งนี้ ในแต่ละพื้นที่จะคัดกรองสถานประกอบการที่มีความหนาแน่นของผู้เข้าใช้บริการสูง หรือมีปัจจัยความเสี่ยงทางกายภาพเพื่อจัดเป็นกลุ่มเป้าหมาย ชุดแรก ที่ต้องเข้าตรวจก่อน ซึ่งมีจำนวนประมาณ 100 กว่าร้าน

สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบในเขตวัฒนา พบว่ามีสถานบริการที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง 9 แห่ง และมีสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการอีก 74 แห่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด 34 แห่ง และได้สั่งปิดบริการไปแล้ว 3 แห่งเนื่องจากไม่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมเตรียมสั่งปิดเพิ่มอีก 1 แห่ง โดยเจ้าหน้าที่ยอมรับว่ากลุ่มร้านค้าขนาดเล็กในโซนซอยคาวบอย ถือเป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังมากที่สุด ซึ่งทุกสำนักงานเขตจะต้องเร่งรวบรวมรายงานข้อมูลพื้นที่เสี่ยงส่งตรงเข้าสู่ส่วนกลางโดยด่วน

จากการถอดบทเรียนกรณีตรวจสอบเหตุภัยพิบัติที่ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญที่เป็นจุดเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง คือการลักลอบต่อสายไฟฟ้าใต้ฝ้าเพดาน โดยพบการรวบสายไฟจาก 5 เส้นมาเป็น 1 เส้น ซึ่งหลบซ่อนอยู่ภายในโครงสร้างอาคารและไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจากภายนอก รวมไปถึงปัญหาเรื่องวัสดุโฟมพ่นกันฉนวนความร้อนที่มีทั้งชนิดลามไฟและไม่ลามไฟ ซึ่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเท่านั้น
จากข้อจำกัดดังกล่าว มาตรการตรวจตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการอาหารและพระราชบัญญัติควบคุมอาคารรอบใหม่นี้ เจ้าหน้าที่จะใช้ คู่มือการตรวจ เป็นแนวทางปฏิบัติงานพร้อมกำหนด 3 เกณฑ์สำคัญอย่างเคร่งครัด

1  ระบบอัคคีภัยและการจัดการเส้นทางหนีไฟ อาคารสถานที่ต้องติดตั้งเครื่องดับเพลิง ป้ายบอกทางหนีไฟที่ส่องสว่างมองเห็นเด่นชัด มีระบบไฟสำรองฉุกเฉิน และที่สำคัญที่สุดคือ ทางออกหรือทางหนีไฟทุกจุดต้องเปิดโล่ง ห้ามล็อกกุญแจ และห้ามมีสิ่งของหรือร้านค้าตั้งขวางโดยเด็ดขาด เพื่อเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่และนักผจญเพลิงสามารถเข้าไประงับเหตุหรืออพยพคนได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

2  การจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ สถานบันเทิงทุกแห่งต้องระบุและจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการสูงสุดอย่างชัดเจน ให้สอดคล้องกับขนาดพื้นที่ตามอัตราส่วนที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันความแออัดที่เป็นอุปสรรคต่อการหนีภัย

3  การตรวจสอบระบบโครงสร้างและวิศวกรรมไฟฟ้า ข้อกำหนดบางประการจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบและเซ็นรับรองโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่ขาดแคลนงบประมาณจัดหาช่างไฟ กรุงเทพมหานครได้ประสานความร่วมมือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในการส่งทีมช่างเทคนิคและนักศึกษาอาชีวะลงพื้นที่สนับสนุนการตรวจเช็กระบบไฟฟ้าให้แก่ร้านค้าที่ร้องขอ

นอกจากมาตรการตรวจตราทางกายภาพแล้ว ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังสะท้อนข้อเท็จจริงในที่ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่า ข้อกฎหมายบางฉบับที่บังคับใช้มาเป็นเวลานาน เริ่มไม่สอดคล้องกับสภาพโครงสร้างธุรกิจและวิถีชีวิตในปัจจุบัน เช่น พระราชบัญญัติเกี่ยวกับโซนนิ่ง หรือข้อห้ามการเต้นในสถานประกอบการบางประเภท โดยกรุงเทพมหานครและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมเปิดโต๊ะหารือร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อสรุปคำนิยามและการแบ่งเขตโซนนิ่งใหม่ทั้งหมด ให้มีความชัดเจน ยืดหยุ่น และทันสมัย ควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยสาธารณะ

พร้อมกันนี้ กรุงเทพมหานครเน้นย้ำความสำคัญของการมีส่วนร่วม โดยเชิญชวนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมเป็นหูเป็นตาเพื่อปกป้องความปลอดภัยของตนเอง หากพบเห็นจุดบกพร่องที่เด่นชัด เช่น ประตูหนีไฟถูกล็อก สิ่งกีดขวางทางเดิน หรือป้ายสัญลักษณ์ไม่ชัดเจน สามารถถ่ายภาพและรายงานเบาะแสผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ได้ทันที โดยขอยืนยันว่ามาตรการนี้ไม่ใช่การโยนภาระให้ประชาชน แต่เป็นการดึงภาคประชาชนเข้ามาเป็นแนวร่วมขับเคลื่อนความปลอดภัยให้เมืองร่วมกัน ซึ่งทางสำนักงานเขตจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่กับผู้อำนวยการเขตทุกพื้นที่ในวันอาทิตย์นี้ เพื่อแจกจ่ายคู่มือและเดินหน้าปูพรมเอ็กซเรย์สถานบันเทิงกลุ่มเสี่ยงชุดแรกทันที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง