นายกฯ เผยบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในประเทศจีน 4 บริษัทพร้อมลงทุนไทยกว่า 7 หมื่นล้าน!

นายกฯ เผยบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในประเทศจีน 4 บริษัทพร้อมลงทุนไทยกว่า 7 หมื่นล้าน!

View icon 244
วันที่ 19 ก.ค. 2569 | 19.35 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
"นายกฯ อนุทิน" เผยบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในประเทศจีน 4 บริษัทพร้อมลงทุนไทยกว่า 7 หมื่นล้าน!  สร้างงานหลายหมื่นตำแหน่ง ชู “Thailand FastPass” ดึงฐานผลิตโลก ยกระดับทักษะแรงงานไทย  ปลดล็อกการลงทุนครั้งใหญ่ BOI พร้อมช่วยขจัดอุปสรรคจุดเดียวเบ็ดเสร็จ

วันนี้ (19 ก.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินทางโดยเครื่องบินโดยสาร ระหว่างนคร นครเฉิงตูมายังกรุงปักกิ่ง โดยเปิดเผยถึงความสำเร็จภายหลังการนำคณะทีมไทยแลนด์ หารือกับผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในประเทศจีน 4 บริษัทเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมาว่ากลุ่มนักลงทุนจีนโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง มีความมั่นใจอย่างยิ่งในการเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าเป้าหมายและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ

โดยการหารืพบหารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำ4แห่งได้รับการยืนยันว่ามีแผนการลงทุนในประเทศไทยมูลค่ารวมกว่า 70,000 ล้านบาทภายในปีนี้

โดยมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมที่ต้องใช้ความแม่นยำและเทคโนโลยีขั้นสูง (Precision Technology) เช่น  อุปกรณ์รับส่งสัญญาณทางแสง (optical transceiver) เพื่อรองรับธุรกิจ Data Center, เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) และ ไมโครชิป สำหรับการสื่อสารความเร็วสูง รวมถึงการขยายกำลังการผลิตในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างต่อเนื่อง

การลงทุนมหาศาลครั้งนี้คาดว่าจะทำให้เกิดการจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นคนโดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะ (Upskilling)ซึ่งแรงงานไทยจะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่จากบริษัทชั้นนำเหล่านี้โดยตรง เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่าสาเหตุสำคัญที่นักลงทุนจีนเลือกไทยเป็นลำดับต้นๆ เนื่องจากความเชื่อมั่นในโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบขนส่งและสาธารณูปโภคที่เอื้อต่อการเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ นอกประเทศจีน เพื่อรับมือกับความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะให้การสนับสนุนสานต่ออย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าว่ารัฐบาลได้ให้ความมั่นใจ โดยปัจจุบันมีนโยบาย “Thailand FastPass” ของ BOI ซึ่งจะเป็นจุดบริการเบ็ดเสร็จ (One-stop Service) เพื่อเร่งรัดกระบวนการอนุมัติและอนุญาตให้รวดเร็วขึ้น

“นักลงทุนชื่นชมในความสะดวกและโปร่งใส โดยเฉพาะการที่ไม่มีปัญหาเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์หรือค่าน้ำร้อนน้ำชา เหมือนในอดีต รวมถึงไม่ต้องติดต่อหลายหน่วยงานให้ยุ่งยาก เพราะ BOI จะเป็นผู้ประสานงานและขจัดอุปสรรคทั้งหมดให้เพียงจุดเดียว” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามว่านักธุรกิจไทยที่มาลงทุนในจีนมีข้อเสนอที่ฝากนายกฯไปหารือกับ นายกรัฐมนตรีของจีนในวันพรุ่งนี้ (20 ก.ค.)หรือไม่
ไม่ นายอนุทินระบุว่าส่วนใหญ่ ธุรกิจไทยที่มาประกอบกิจการในจีน อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร อาหาร โรงไฟฟ้า และธุรกิจบริการ เช่น เครือโรงแรมต่าง ๆ ซึ่งจากการพบปะกับผู้บริหารและเจ้าของกิจการ หลายสิบรายที่เป็นเจ้าของกิจการในจีน

ต่างยืนยันว่าได้รับความสะดวกในการดำเนินธุรกิจจากรัฐบาลจีนเป็นอย่างดีเช่นกัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนและปรับปรุงเงื่อนไขต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีแห่งอนาคตของภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง