ไม่อยากให้ดรามา “มัลลิกา” ขอรัฐบาลแจงให้ชัด สาเหตุปรับเกณฑ์รับสิทธิ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” โดยเฉพาะกรณีตัดสิทธิพ่อแม่ เพราะลูกนำไปลดหย่อนภาษี
.
วันนี้ (5 มิ.ย.69) นางมัลลิกา บุญมีตระกูบ มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ลงพื้นที่ตลาดบางกะปิ รับฟังความคิดเห็นสะท้อนปัญหาเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจปากท้องขณะนี้ โดยเฉพาะกรณียืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังปรับเกณฑ์ใหม่
.
โดยประชาชนบางส่วน มองว่า เข้มงวดเกินไป โดยเฉพาะกรณีพ่อแม่ถูกตัดสิทธิหากลูกนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษี เพราะหลายครอบครัว ลูกมีรายได้เพียงพอสำหรับการลดหย่อนภาษี แต่ไม่มีศักยภาพดูแลพ่อแม่เต็มรูปแบบ ผู้สูงอายุจำนวนมากยังต้องพึ่งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จึงมองว่า เป็นการ “ลงโทษคนกตัญญู” มากกว่าช่วยคนจน
.
นางมัลลิกา กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลควรปรับปรุง คือ เปลี่ยนจากดูฐานะลูกเป็นดูรายได้จริงของผู้สูงอายุ ควรใช้ข้อมูลรายได้ เงินฝาก และค่าใช้จ่ายของผู้สมัครเป็นหลักไม่ควรตัดสิทธิเพียงเพราะลูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษี และระบบอุทธรณ์ด่วนหากถูกตัดสิทธิ ควรสามารถยื่นอุทธรณ์ผ่าน แอปฯ สำนักงานเขต อบต. ศูนย์บริการประชาชน และต้องรู้ผลภายใน 15-30 วัน
.
และ ยังเสนอรัฐบาลว่า ควรมี Mobile Welfare Unit ส่งรถบริการเคลื่อนที่เข้า ชุมชนแออัด ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มเปราะบาง แทนการให้เดินทางมาธนาคาร ใช้ AI คัดกรองความยากจนเชิงลึก เชื่อมข้อมูลรายได้ ค่าน้ำ ค่าไฟภาระหนี้ สมาชิกในครัวเรือน ผู้ป่วยติดเตียง จะสะท้อนความยากจนจริงได้มากกว่าการดูเพียงเอกสารภาษี ปรับสวัสดิการให้ยืดหยุ่น ปัจจุบันคนจนในเมืองมีต้นทุนชีวิตสูงกว่าชนบทมาก
.
เช่นในกรุงเทพฯ ค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร จึงควรมี “ดัชนีค่าครองชีพรายพื้นที่” ในการกำหนดสิทธิ
.
“ อยากให้รัฐบาลแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยที่พูดความจริงกับประชาชนว่า ทำไมจะต้องมีการตัดคนที่ลงทะเบียนออก แล้วทำไมต้องเปลี่ยนใหม่ แล้วทำไมต้องปรับเกณฑ์ ข้อเท็จจริงต้องบอกประชาชนไปเลย เพื่อให้เกิดการยอมรับ ไม่เกิดการดรามา ท่านต้องบอกว่าถังแตกไหม งบประมาณเพียงพอ หรือไม่เพียงพอหรือไม่ ท่านมีเงินหรือไม่มีเงิน ในการที่จะไปแจกประชาชนกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อท่านใช้งบประมาณส่วนหนึ่งในการ มอบให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องเกี่ยวกับคนละครึ่งไปแล้ว ” ดร.มัลลิกา กล่าว
.