แม่ค้าร่ำไห้ โจรกรีดมุ้งขโมยทอง-เงินกว่า 6 แสนบาท

แม่ค้าร่ำไห้ โจรกรีดมุ้งขโมยทอง-เงินกว่า 6 แสนบาท

View icon 68
วันที่ 27 ก.ค. 2569 | 15.41 น.
ข่าวภูมิภาค
แชร์
แม่ค้าหอยทอดร่ำไห้ ถูกโจรกรีดมุ้งขโมยสร้อยทองและเงินสด มูลค่ากว่า 6 แสนบาท ขณะนอนหลับในงานถนนคนเดิน จ.นนทบุรี วอนพลเมืองดีช่วยแจ้งเบาะแสคนร้าย

วันที่ 27 ก.ค. 69 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นางวิลาวรรณ  อายุ 44 ปี เจ้าของร้านหอยทอดว่าถูกคนร้ายบุกเดี่ยวเข้ามากรีดมุ้งก่อนขโมยกระเป๋าสะพาย ขณะนอนหลับ ซึ่งภายในกระเป๋าสะพายมีทรัพย์สินมีค่าหลายรายการ ประกอบด้วย สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท 1 เส้น, สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น, พระหลวงพ่อมั่น เลี่ยมทองหนัก 1 บาท 1 องค์, พระหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม เลี่ยมทองหนัก 1 บาท 1 องค์, เงินสดจากการขายของ 40,000 บาท, เงินเก็บ 30,000 บาท และเอกสารสำคัญ รวมมูลค่าความเสียหาย กว่า 6 แสนบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 69 เวลาประมาณ 04.00 น. ภายในงานถนนคนเดินแห่งหนึ่ง ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เบื้องต้นแจ้งความไว้ที่สภ.บางบัวทอง

ซึ่งกล้องวงจรปิด จับภาพคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 35-40 ปี รูปร่างสูง สมส่วน ผมยาวมัดด้านหลัง สวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีดำ ใส่กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบ ใส่แว่นตาและมีแมสก์ปิดบังใบหน้า เดินดมยาดมเข้ามาภายในงานขณะร้านค้าแต่ละร้านปิดแล้ว อาศัยจังหวะพ่อค้าแม่ค้านอนหลับแล้วลงมือก่อเหตุ โดยวงจรปิดยังเห็นภาพที่คนร้ายสะพายกระเป๋าของผู้เสียหายไว้ด้านหลังก่อนหลบหนีไปด้วย

นางวิลาวรรณ  เจ้าของร้านผู้เสียหาย กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเปิดร้านขายหอยทอดขนมจีน ก๋วยเตี๋ยวเรือตามงานต่างๆ ซึ่งครั้งนี้ตนมาขายที่งานถนนคนเดิน ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.-2 ส.ค. 69 รวม 10 วัน และจะนอนพักอยู่ที่นี่ทุกคืน ตนวางกระเป๋าสะพายไว้บนหัวนอน และใช้ผ้ากันเปื้อนปิดทับไว้ คาดว่าคนร้ายเห็นสายของกระเป๋าสะพายจึงลงมือก่อเหตุ ปกติใครเข้ามาในร้านตนจะได้ยินทันที แต่คืนนั้นตนกินยาเพื่อพักผ่อนด้วยเพราะตระเวนเดินสายออกงานติดๆ กันมานาน

ตนตื่นมาประมาณ 6 โมงเช้า กำลังเตรียมตัวจะไปซื้อของที่ตลาด แต่กลับไม่เห็นกระเป๋าสะพายจึงสอบถามสามีว่าได้หยิบไปหรือไม่ จึงรู้ตัวว่าถูกคนร้ายขโมยไป สามีจึงได้พาตนเดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง และขอดูกล้องวงจรปิดจากร้านใกล้เคียง ซึ่งร้านของตนไม่มีกล้องวงจรปิดเนื่องจากตลอดเวลาที่ขายของมา 6 ปี ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ และภายในร้านก็มีแต่ญาติพี่น้องกันทั้งนั้น

ตอนนี้ตนรู้สึกท้อ หมดแรง และหมดกำลังใจ ทุกอย่างที่สูญไปคือน้ำพักน้ำแรงที่ตนสะสมมานาน เรียกได้ว่าแทบหมดตัว ตอนนี้ต้องขายของหาเงินจ่ายค่าที่ และดูแลทุกคนในร้าน รวมถึงแม่ของตนที่ตาบอดด้วย ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับตนเอง เคยเห็นแต่ในข่าว อยากเตือนภัยพ่อค้าแม่ค้าอย่านำทรัพย์สินมีค่าไว้กับตัวเองเยอะ ฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ผู้เสียหายยังได้ถ่ายคลิปวีดิโอระบายความในใจ โดยยกมือไหว้และร้องไห้ออกมาตลอดทั้งคลิป วอนให้พลเมืองดีช่วยแจ้งเบาะแสคนร้ายด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง