ครม.เงา ติงแก้หลักเกณฑ์บัตรคนจน

View icon 12
วันที่ 9 มิ.ย. 2569 | 07.02 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ครม.เงา จากพรรคประชาชน แนะรัฐบาลควรทบทวนมติ ครม. หลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มองว่าปัญหาเยอะ ทำเกษตรกรและประชาชนเดือดร้อน

ครม.เงา ติงแก้หลักเกณฑ์บัตรคนจน
นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส. พรรคประชาชน มองว่า แม้รัฐบาลจะยืนยันหลักเกณฑ์ดังกล่าว ยังไม่ถูกนำมาใช้ในรอบนี้ แต่หากไม่แก้ไขมติ ครม.อย่างชัดเจน ในปีภาษีถัดไป ผู้ที่นำพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี อาจส่งผลให้พ่อแม่ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

จึงเรียกร้องให้ทบทวนหลักเกณฑ์เหล่านี้ใหม่ทั้งหมด ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 10 มิถุนายนนี้ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงบัตรสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐอย่างทั่วถึง

ส่วนในการประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 5 ของพรรคประชาชน เมื่อวานนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องการลดหย่อนภาษีของลูกและพ่อแม่ แต่รวมไปถึงเกณฑ์การถือครองที่ดิน 10 ไร่ ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่แข็งมาก พบว่ามีเกษตรกรที่อาจมีที่ดินเกิน 10 ไร่ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาวะที่เดือดร้อน และมีความจำเป็นต้องได้รับสวัสดิการแห่งรัฐ

สำหรับเกณฑ์เรื่องของหนี้สิน จำนวน 100,000 บาท เรื่องนี้ทำให้เกษตรกรรายย่อยจำนวนมากไม่ได้เข้าเกณฑ์ ขณะที่เรื่องของรถยนต์ ไม่ว่าจะมีกรรมสิทธิ์มาเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่มูลค่าตามความเป็นจริง ไม่เหลือแล้ว หรือจะเป็นรถยนต์ที่ใช้งานไม่ได้ ก็จะส่งผลให้ผู้ครอบครองถูกตัดสิทธิเช่นกัน แสดงให้เห็นว่า มันเป็นปัญหาที่เยอะมาก ในหลักเกณฑ์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ จึงขอเรียกร้องให้มีการทบทวนมติ ครม.

รัฐยอมถอย แต่โจทย์ใหญ่ยังไม่จบ
ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อธิภัทร มุทิตาเจริญ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว จากกรณีรัฐบาลตัดสินใจยกเลิกการนำสิทธิลดหย่อนภาษีบิดามารดา มาใช้เป็นเกณฑ์คัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มองว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ไม่ใช่เพราะการคัดกรองคนจนเป็นเรื่องผิด ตรงกันข้าม รัฐบาลยิ่งต้องคัดกรองให้แม่นยำขึ้นด้วยซ้ำ

อาจารย์อธิภัทร เปรียบเทียบว่า ไทยมีคนจน 4.4 ล้านคน แต่มีผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14.6 ล้านคน มากกว่าจำนวนคนจนกว่า 3 เท่า ขณะที่คนจนจริงอีกประมาณ 2.7 ล้านคน ยังไม่ได้รับสิทธิ สะท้อนว่าระบบยังมีทั้งปัญหา "ตกหล่น" และ "รั่วไหล" อยู่พร้อมกัน

อีกด้านควรต้องชื่นชมกระทรวงการคลัง เพราะการปรับปรุงเกณฑ์คัดกรองรอบนี้ ไม่ได้มีเพียงเรื่องลดหย่อนพ่อแม่ แต่ยังรวมถึงข้อมูลการถือครองที่ดิน การมีรถยนต์ การลงทุนในหุ้น การทำประกันชีวิต และข้อมูลสินเชื่อ ซึ่งหลายเกณฑ์สะท้อนฐานะทางเศรษฐกิจได้ดีกว่าเดิมมาก และในทางการเมือง การลดสิทธิประโยชน์หรือคัดกรองสวัสดิการให้เข้มงวดขึ้น ไม่ใช่เรื่องที่ได้รับความนิยมอยู่แล้ว แต่ในวันที่ไทยกำลังเผชิญข้อจำกัดทางการคลังมากขึ้น การกล้าปรับปรุงระบบ เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงผู้ที่เดือดร้อนจริงมากขึ้น จึงสมควรได้รับเครดิตเช่นกัน

11 มิ.ย. ประชุมทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน
สำหรับการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการฯ ในการทบทวนการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาการ "รั่วไหล" และการช่วยเหลือส่งตรงถึงกลุ่มคนยากจนจริง รวมทั้งลดจำนวนผู้ที่ไม่จนจริงออกจากระบบ

เรื่องนี้ นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ระบุว่า เมื่อมีความไม่สบายใจเกิดขึ้นในส่วนใด เราก็ทบทวนได้ เพราะนโยบายสาธารณะ ไม่มีใครถูกหรือผิด

กรณีที่มีข้อเสนอแนะให้มีการทบทวนเกณฑ์เรื่องวงเงินสินเชื่อ รวมกันทุกประเภทหนี้และทุกบัญชี ต้องไม่เกิน 100,000 บาทนั้น เป็นการพยายามทำให้ครอบคลุมและปิดช่องโหว่เรื่องการรั่วไหล เพื่อคัดกรองให้ได้ผู้ที่ลำบากอย่างแท้จริง โดยจะควบคู่ไปกับการเก็บตกกลุ่มตกหล่น ให้สามารถเข้าถึงสวัสดิการจากรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ คือ ทำอย่างไรให้เม็ดเงินที่มีอยู่อย่างจำกัด ถูกใช้อย่างคุ้มค่าในภาวะวิกฤติ ซึ่งทุกคนลำบากทั้งหมด แต่โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นความตั้งใจที่จะช่วยเหลือคนที่ลำบากมากที่สุดอย่างแท้จริง จึงเป็นการให้ความช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า

ส่วนการประชุมนัดนี้ เคาะออกมาแล้ว เป็นวันที่ 11 มิถุนายนนี้ เวลา 15.00 น. เพื่อพิจารณาทบทวนเกณฑ์ใหม่ของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง