ตำรวจแถลงคลี่คดีฆ่าน้องน้ำหวาน สาว ม.6 ผู้ต้องหาสารภาพหวังข่มขืน ก่อนก้มกราบเท้าขอขมา พ่อเหยื่อ ลั่น “ขอให้ตายในคุก”
วันนี้ (14 มิ.ย.69) ที่ สภ.สว่างอารมณ์ จังหวัดอุทัยธานี พล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี พร้อมด้วย นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ร่วมกันแถลงความคืบหน้าคดีฆ่า “น้องน้ำหวาน” อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โดยมีพ่อของผู้เสียชีวิต พ่อของผู้ก่อเหตุ และนายเอี้ยง ผู้ต้องหาเข้าร่วมการแถลงข่าวด้วย
พล.ต.ต.วรวัฒน์ เปิดเผยลำดับเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 06.00 น. น้องน้ำหวานกำลังขี่รถจักรยานยนต์ไปโรงเรียนตามปกติ ขณะที่บิดาของผู้เสียชีวิตรอส่งลูกอยู่ที่บ้าน ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จึงรีบขับรถออกไปตรวจสอบ พบเพียงคนร้ายสวมหมวกปิดบังใบหน้ากำลังเดินข้ามถนนหลบหนี ส่วนลูกสาววิ่งเข้ามาหาพร้อมร้องว่า “ช่วยหนูด้วย หนูโดนแทง”
จากนั้นญาติได้นำตัวผู้บาดเจ็บส่งสถานีอนามัยซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1.8 กิโลเมตร แต่เนื่องจากบาดแผลรุนแรงและถูกทำร้ายหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณศีรษะ แขน และหน้าอก ทำให้น้องน้ำหวานเสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการสืบสวนพบว่า ผู้ก่อเหตุได้ไปดักรอผู้เสียชีวิตอยู่ริมทาง เมื่อสบโอกาสจึงพุ่งเข้าใส่จนรถจักรยานยนต์ชนร่างผู้ก่อเหตุและล้มลง ก่อนใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกาย จากนั้นลากผู้เสียชีวิตเข้าไปข้างทางและใช้มีดแทงซ้ำบริเวณจุดสำคัญอีก 2 แผล เนื่องจากผู้เสียชีวิตพยายามร้องขอความช่วยเหลือ
เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังสืบสวนติดตามอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสามารถจับกุมตัวนายเอี้ยงได้ในช่วงเย็นวันเดียวกัน โดยพบพยานหลักฐานสำคัญหลายรายการ ทั้งรองเท้าของผู้ก่อเหตุที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งบิดาของผู้ต้องหายืนยันว่าเป็นของลูกชาย รวมถึงเสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุ ถุงมือเปื้อนเลือด และเชือกคล้องกุญแจที่มีคราบเลือดติดอยู่
ระหว่างการสอบสวน นายเอี้ยง ให้การวกวนในช่วงแรก แต่ตำรวจมีพยานแวดล้อมจำนวนมาก โดยเฉพาะป้าของผู้ต้องหาที่ให้การว่า นายเอี้ยงได้สารภาพกับตนเองหลังเกิดเหตุว่า “เมื่อเช้าเพิ่งไปแทงคนมา” ต่อมาผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยอ้างว่ามีเจตนาจะข่มขืนผู้เสียชีวิต ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่าผู้ต้องหาเคยส่องเฟซบุ๊กหญิงสาวรายอื่นเพื่อเลือกเหยื่อนั้น ตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง
ภายหลังการแถลงข่าว นายเอี้ยงได้ยกมือไหว้และก้มกราบขอขมาบิดาของผู้เสียชีวิต แต่ไม่ได้กล่าวคำใด ขณะที่พ่อของน้องน้ำหวานกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า “ขอให้มึงตายในคุก” ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและสะเทือนใจ
ทั้งนี้ ตำรวจได้ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนายเอี้ยง พบว่าเคยถูกดำเนินคดีหลายครั้ง ได้แก่ ปี 2552 คดีข่มขืนใจผู้อื่นและกักขังหน่วงเหนี่ยว ถูกจำคุก 1 ปี 12 เดือน, ปี 2556 คดีชิงทรัพย์ ถูกจำคุก 8 ปี พ้นโทษเมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2562 และปี 2564 คดีพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ถูกจำคุก 3 ปี 12 เดือน ปรับ 500 บาท ก่อนพ้นโทษล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2568 หรือเพียง 8 เดือนก่อนมาก่อเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้
สำหรับประเด็นการใช้สารเสพติด เจ้าหน้าที่ไม่พบหลักฐานว่าผู้ต้องหาเสพยาเสพติดในวันก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.วรวัฒน์ ระบุว่า จากพฤติการณ์ในคดีต่าง ๆ ที่ผ่านมา ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสารเสพติด จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม ขณะที่บิดาของผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า ลูกชายไม่ได้ใช้ยาเสพติด แต่มีอาการสติไม่สมประกอบมาตั้งแต่วัยเด็ก