วันนี้ (15 มิ.ย. 69) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม MR.YOUNGKEUN สัญชาติเกาหลี อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่ทางการเกาหลีได้ออกหมายจับและทางการเกาหลีใต้ได้ออกหมายสีแดงของตำรผิจสากล หรือ Red Notice Interpolในความผิดฐาน “ฉ้อโกง”
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ ห้องสืบสวน สน.พระโขนง ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (ศปชก.บก.ปพ.) เปิดเผยพฤติการณ์คดีของ MR. YOUNGKEUN ผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้ ซึ่งอาศัยความไว้วางใจในการหลอกลวงผู้เสียหายอย่างแยบยล
โดยเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้ออกอุบายหลอกลวงคนรักและเพื่อนร่วมงาน อ้างว่าต้องการนำเงินไปชำระหนี้จากการลงทุนและใช้เป็นหลักฐานเพื่อขอรับเงินสนับสนุนการแต่งงานจากครอบครัว จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้จำนวน 65 ล้านวอน
นอกจากนี้ยังได้หลอกลวงเพื่อนร่วมงานอีกราย โดยอ้างตนเป็นผู้เสียหายจากคดีฉ้อโกงเงินประกันเช่าบ้าน และหลอกให้โอนเงินจำนวน 50 ล้านวอน
โดยอ้างว่าจะนำมาคืนให้เมื่อได้รับเงินจากบริษัทประกันภายในระยะเวลาเพียงสองเดือน ผู้ต้องหารายนี้ได้ใช้วิธีการหลอกลวงในลักษณะเดียวกันกับผู้เสียหายรวมทั้งสิ้น 56 ราย ผ่านการทำธุรกรรม 71 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 962,800,000 วอน คิดเป็นเงินไทยกว่า 20 ล้านบาท ก่อนจะลักลอบหลบหนีออกนอกประเทศ เข้ามาอาศัยกบดานอยู่ในประเทศไทย
ต่อมาภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนแลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย กระทั่งสืบสวนพบถิ่นที่อยู่ของ MR. YOUNGKEUN เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารที่พักแห่งหนึ่ง ในเขตพื้นรับผิดชอบของ สน.พระโขนง
กระทั่งพบชายตำหนิรูปพรรณตรงกันกับผู้ต้องหา แต่ขณะเจ้าหน้าที่เข้าแสดงตัวตรวจสอบกลับแสดงตัวเป็นบุคคลอื่น พร้อมยังไม่มีเอกสารแสดงตัวตน จึงได้เชิญตัวบุคคลดังกล่าวไปตรวจสอบที่ สน.พระโขนง
กระทั่งพบว่าเป็นบุคคลเดียวกันจริง และ จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบสารสนเทศสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ระบบ ตม.) พบว่าผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาในประเทศไทยและได้รับสิทธิ์อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ (4 ก.ย. 68) เท่านั้น และไม่มีการขออยู่ต่อแต่อย่างใด ซึ่งเป็นการอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) มาแล้วถึง 279 วัน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ทราบ
โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายไทย และประสานส่งตัวกลับไปดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงข้ามชาติตามหมายแดงที่ประเทศเกาหลีใต้ต่อไป