งบฯ 70 ยังมีช่องโหว่ โครงการซ้ำซ้อนเพียบ หลายหน่วยงาน “ครุภัณฑ์” ราคาเกินจริง เตรียมหั่นงบเพิ่ม จับตาโครงการโซลาร์บาดาล 6,500 ล้านบาท เสี่ยงซ้ำรอยปัญหาทุจริต
.
วันนี้ (24 ก.ค.69) ที่อาคารรัฐสภา นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ที่มีการพิจารณาในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2570 ผ่านไป 3 สัปดาห์
.
พรรคประชาชน พบว่า หลายโครงการยังมีราคาสูงผิดปกติ มีการของบประมาณซ้ำซ้อนจำนวนมาก เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้รับงบเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ส่วนใหญ่เป็นงบฯ สำหรับระบบ Cloud กลางของภาครัฐ มูลค่าราว 5,000 ล้านบาท ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อรวมการจัดเก็บข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ มาไว้ที่ส่วนกลาง
.
แต่เมื่อตรวจสอบรายละเอียด กลับพบว่า หลายหน่วยงานยังคงของบเพื่อซื้อหรือเช่า Cloud แยกต่างหาก ทำให้เกิดความซ้ำซ้อน อนุกรรมาธิการฯ จึงกำหนดให้หน่วยงานที่ของบลักษณะนี้ ต้องนำหนังสือรับรองจากกระทรวงดีอีมายืนยันว่า ไม่ซ้ำกับระบบ Cloud กลาง และระบบดังกล่าวไม่สามารถรองรับความต้องการของหน่วยงานได้จริง
.
ทั้งยังพบปัญหาในหน่วยงานที่ให้บริการประชาชน เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) งบสวัสดิการที่ควรถึงมือประชาชนถูกปรับลด แต่กลับมีการตั้งงบด้านการบริหารเพิ่มขึ้น เช่น กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีโครงการจัดตั้ง Data Center พร้อมรายการจัดซื้อที่มีราคาสูงเกินจริง ไม่ว่าจะเป็นประตูหนีไฟราคาประมาณ 200,000 บาท ชุดสำรองไฟราคา 800,000 บาท หรือเก้าอี้สำนักงานราคาตัวละ 15,000 บาท ซึ่งรายการเหล่านี้จำเป็นต้องถูกตรวจสอบ และพิจารณาปรับลด
.
ส่วนของกระทรวงมหาดไทย แม้กรมโยธาธิการและผังเมืองจะถูกปรับลดงบบางส่วนแล้ว แต่ยังพบข้อสังเกตว่าโครงการที่เหลือมีลักษณะกระจายงานให้ผู้รับเหมาชั้นพิเศษ ขณะเดียวกัน ได้เว้นพื้นที่ให้ผู้รับเหมาชั้นรองสามารถเลื่อนชั้นได้ ซึ่งควรตรวจสอบว่า มีความผิดปกติหรือไม่
.
นอกจากนี้ พบว่า หลายหน่วยงาน มีรายได้นอกงบประมาณอยู่แล้ว แต่ยังขอรับการสนับสนุนจากงบประมาณแผ่นดินเพิ่มเติม เช่น หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเปิดอบรมปีละประมาณ 200-300 คน เก็บค่าอบรมสูงถึงประมาณ 200,000 บาทต่อคน ทำให้มีรายได้หลายสิบล้านบาทต่อปี แต่ยังของบประมาณจากรัฐเพิ่มเติม
.
และ การอนุมัติงบกลางประมาณ 6,500 ล้านบาท สำหรับโครงการน้ำบาดาลพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง โดยระบุว่า ในสถานการณ์ที่งบประมาณมีจำกัดและรัฐบาลต้องโอนงบประมาณมารองรับรายจ่ายจำเป็น กลับยังมีการอนุมัติโครงการขนาดใหญ่ลักษณะนี้ จึงน่ากังวลว่า จะซ้ำรอยโครงการบริหารจัดการน้ำในปี 2568 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคยชี้ว่า เสี่ยงต่อการทุจริต และรัฐบาลต้องยกเลิกบางโครงการในเวลาต่อมา
.