"อนุทิน" ร่วมวงประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย ยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจ จับมือฝ่าวิกฤตโลกผันผวน

"อนุทิน" ร่วมวงประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย ยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจ จับมือฝ่าวิกฤตโลกผันผวน

View icon 49
วันที่ 18 มิ.ย. 2569 | 19.33 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (18 มิ.ย. 69) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ (เต็มคณะ) ร่วมกับผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อร่วมกำหนดทิศทางความร่วมมือระหว่างอาเซียนและรัสเซียในโอกาสครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย

โดยมี นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย และนายแฟร์ดีนันด์ โรมูอัลเดซ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เป็นประธานการประชุมร่วมกัน

นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณประธานาธิบดีปูติน และรัฐบาลสาธารณรัฐตาตาร์สถาน สำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมแสดงความซาบซึ้งต่อผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่ได้แสดงความเสียใจต่อประเทศไทย จากการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สะท้อนถึงมิตรไมตรี และการสนับสนุนจากทุกฝ่ายในเวลาเช่นนี้

สำหรับการประชุมฯ ครั้งนี้ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการทบทวน และยกระดับความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกัน ให้สามารถตอบสนองต่อความท้าทายในโลกยุคปัจจุบัน และสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนของทุกฝ่าย

โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประชาคมโลก พร้อมแสดงความยินดีต่อความพยายามทางการทูต ในการแสวงหาข้อตกลงสันติภาพ และหวังว่าจะช่วยส่งเสริมสันติภาพ และเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ความขัดแย้งดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ในโลกที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างใกล้ชิด การความไร้เสถียรภาพในภูมิภาคหนึ่ง สามารถส่งผลกระทบต่อการค้า ความมั่นคงทางพลังงาน อาหาร และความเป็นอยู่ของประชาชนในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว

โดยไทยเชื่อว่า ความมั่นคงต้องอาศัยการเจรจา ความไว้วางใจ และความร่วมมือระหว่างกัน ดังนั้น ความเป็นหุ้นส่วนระหว่างอาเซียนและรัสเซีย ควรมีส่วนช่วยส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคง ผ่านการรักษาช่องทางการเจรจา การสร้างความเชื่อมั่น และการขับเคลื่อนความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในประเด็นที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี เสนอให้ความร่วมมืออาเซียน-รัสเซีย มุ่งเน้น 3 ประเด็นสำคัญ (3Rs) ได้แก่

1. Regionalism การเสริมสร้างบทบาทของอาเซียน โดยเน้นย้ำว่า อาเซียนควรยังคงเป็นรากฐานสำคัญของความเป็นหุ้นส่วนอาเซียน-รัสเซีย อาเซียนมีบทบาทในการรักษาสันติภาพ และเสถียรภาพของภูมิภาคมาโดยตลอด ท่ามกลางบริบทโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง กลไกที่อาเซียนเป็นแกนกลางยังคงมีความสำคัญในการเป็นเวทีสำหรับการเจรจา สร้างความเชื่อมั่น ความร่วมมือเชิงปฏิบัติ เปิดโอกาสให้ประเทศที่มีแนวคิดสอดคล้องกันได้ร่วมขับเคลื่อนประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ พร้อมชื่นชมบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของรัสเซียในการมีส่วนร่วมกับกลไกต่าง ๆ ที่อาเซียนเป็นแกนกลาง และการสนับสนุนความเป็นแกนกลางของอาเซียนอย่างต่อเนื่อง

2. Resilience การเสริมสร้างความยืดหยุ่น และความพร้อมรับมือความท้าทาย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมืออาเซียน-รัสเซีย โดยปัจจุบันความยืดหยุ่นได้รวมถึงการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ทั้งความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลกระทบข้ามพรมแดน และไม่สามารถแก้ไขได้โดยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง

ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างอาเซียนและรัสเซีย ควรมุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถร่วมกันในการคาดการณ์ความเสี่ยง ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง และฟื้นตัวจากวิกฤตต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงทางอาหาร และพลังงาน ซึ่งเป็นสาขาที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้

ทั้งนี้ ไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรรายสำคัญ เห็นศักยภาพในการขยายความร่วมมือกับรัสเซียด้านห่วงโซ่อุปทานปุ๋ย นวัตกรรมการเกษตร และการเสริมสร้างความมั่นคงของระบบอาหาร รวมถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงทางพลังงาน เทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของภูมิภาค ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

3. Relevance การตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ซึ่งเป็นตัวกำหนดคุณค่าที่แท้จริงของความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย โดยความร่วมมือระหว่างทั้งสอง ฝ่ายควรมุ่งเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง และร่วมกันรับมือกับความท้าทายรูปแบบใหม่ที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน อาทิ การหลอกลวงออนไลน์ อาชญากรรมไซเบอร์ และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมักเชื่อมโยงกับการฟอกเงิน การค้ามนุษย์ และกระแสเงินผิดกฎหมายข้ามพรมแดน

โดยไทยสนับสนุนการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูล การพัฒนาศักยภาพ การบังคับใช้กฎหมาย และความมั่นคงทางดิจิทัล เพื่อยกระดับการคุ้มครองประชาชน และระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี เห็นว่า การเตรียมความพร้อมให้สังคมสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสแห่งอนาคตมีความสำคัญ เนื่องจากเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต การทำงาน และการแข่งขันทางเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเสริมสร้างทักษะแห่งอนาคต โดยสนับสนุนให้อาเซียนและรัสเซีย ขยายความร่วมมือด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล AI เทคโนโลยีใหม่ ๆ และการศึกษา ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาทักษะ การเสริมพลังเยาวชน และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน เพื่อสร้างโอกาสใหม่สำหรับคนรุ่นต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 35 ปีที่ผ่านมา อาเซียนและรัสเซียได้ร่วมกันพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนที่สามารถปรับตัวต่อบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลง และสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมแสดงความยินดีที่ได้ร่วมกับผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนรับรองปฏิญญาคาซาน และเอกสารผลลัพธ์การประชุม ซึ่งจะเป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมืออาเซียน-รัสเซียในระยะต่อไป

โดยยืนยันความพร้อมของไทย ในการร่วมสร้างความเป็นหุ้นส่วนที่เข้มแข็ง มีความยืดหยุ่น และมีส่วนส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของภูมิภาค และประชาคมโลกสำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง