ดร.มัลลิกา ชูยุทธศาสตร์ “เรียนไป ทำงานไป” ดัน 400 โรงเรียน กทม. สร้างรายได้จริงด้วย AI และดิจิทัล

ดร.มัลลิกา ชูยุทธศาสตร์ “เรียนไป ทำงานไป” ดัน 400 โรงเรียน กทม. สร้างรายได้จริงด้วย AI และดิจิทัล

View icon 24
วันที่ 19 มิ.ย. 2569 | 10.12 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (19 มิ.ย. 69) ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่พบคณะครู นักเรียน และผู้ปกครอง ณ โรงเรียนดอนเมืองทหารอากาศบำรุง เขตดอนเมือง พร้อมประกาศยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งยกระดับโรงเรียนให้เป็นมากกว่าสถานที่เรียนหนังสือ แต่เป็นพื้นที่สร้างทักษะ สร้างรายได้ และสร้างอาชีพแห่งอนาคตให้กับเยาวชนกรุงเทพมหานคร

ดร.มัลลิกา กล่าวว่า โลกยุคใหม่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เด็กและเยาวชนไม่ควรรอจนเรียนจบแล้วจึงเริ่มทำงาน แต่ควรมีโอกาสเรียนรู้การสร้างรายได้และการประกอบอาชีพตั้งแต่อยู่ในรั้วโรงเรียน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญ

“เด็กกรุงเทพฯ ต้องมีทักษะหาเลี้ยงตัวเองได้ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นครีเอเตอร์ การผลิตคอนเทนต์ การขายสินค้าออนไลน์ การทำ Affiliate Marketing การใช้ AI สร้างธุรกิจ การเขียนโปรแกรม การออกแบบกราฟิก หรือการทำงานบนแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้เสริมและสร้างประสบการณ์จริงก่อนเข้าสู่ รั้วมหาวิทยาลัยและ ตลาดแรงงาน”

สำหรับแผนยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาของ ดร.มัลลิกา จะใช้โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครกว่า 400 แห่ง เป็นฐานขับเคลื่อนการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ประกอบด้วย

Smart School & AI Learning นำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยการเรียนการสอน เพิ่มทักษะดิจิทัล ภาษา และการคิดวิเคราะห์ เพื่อเตรียมพร้อมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ สร้าง Creator School Bangkok จัดหลักสูตรสร้างครีเอเตอร์ นักผลิตสื่อออนไลน์ ยูทูบเบอร์ ติ๊กต็อกเกอร์ พอดแคสเตอร์ และนักสื่อสารดิจิทัลอย่างมืออาชีพ

Bangkok Affiliate Academy สอนการตลาดออนไลน์ การขายสินค้า Affiliate การสร้างร้านค้าออนไลน์ และการใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อสร้างรายได้อย่างถูกต้อง

AI Career Lab ฝึกใช้ AI เพื่อการทำงาน การสร้างธุรกิจ การวิเคราะห์ข้อมูล และการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ Skill Up Bangkok ส่งเสริมทักษะอาชีพแห่งอนาคต อาทิ โปรแกรมมิ่ง ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง การออกแบบกราฟิก การตัดต่อวิดีโอ และธุรกิจออนไลน์

Lifelong Learning Center เปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกวัยเข้ามาเรียนรู้เพิ่มเติมหลังเลิกเรียนและวันหยุด

School to Startup สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียน มหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ และภาคเอกชน เพื่อผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการรุ่นใหม่ One Student One Skill นักเรียนทุกคนต้องมีอย่างน้อยหนึ่งทักษะที่สามารถต่อยอดเป็นอาชีพและสร้างรายได้ได้จริง

ดร.มัลลิกา กล่าวว่า กรุงเทพมหานครต้องสร้าง “เมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต” ที่เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทุกวัยเข้าถึงองค์ความรู้สมัยใหม่อย่างเท่าเทียม พร้อมย้ำว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จะเร่งผลักดันให้โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครทั้ง 400 แห่ง เป็นศูนย์กลางการสร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างนวัตกรรม

เพื่อให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งโอกาสสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง และโรงเรียนสังกัดอื่นทั่วประเทศสามารถใช้เป็นโมเดลได้เพราะปัจจุบันด้วยยุคเทคโนโลยีไม่มีอะไรหยุดนิ่งและเด็กต้องมีพัฒนาการเร็วกว่าในโลกยุคสมัยก่อน

“การศึกษาไม่ใช่เพียงการสอบให้ผ่าน แต่ต้องเป็นเครื่องมือสร้างอนาคต สร้างอาชีพ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนกรุงเทพฯ ทุกคน” ดร.มัลลิกา กล่าว