รัสเซียเผชิญสถานการณ์ยากลำบากหลายด้าน นอกจากถูกโจมตีโรงกลั่นน้ำมันจนเริ่มเกิดวิกฤตพลังงาน ล่าสุดยังถูกสหภาพยุโรปขยายเวลามาตรการคว่ำบาตรอีก 1 ปีเต็ม
การเดินหน้าโจมตียูเครนอย่างต่อเนื่องของรัสเซีย นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้ยูเครนเริ่มตอบโต้อย่างรุนแรง สร้างความเสียหายให้กับรัสเซียเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการส่งโดรนโจมตีครั้งใหญ่ที่สุด วานนี้ (18 มิ.ย.) ซึ่งทำให้โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ในเขตคาพอตเนีย (Kapotnya) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงมอสโก เกิดเพลิงไหม้เสียหายหลายจุด ถือเป็นการโจมตีแหล่งพลังงานในกรุงมอสโกครั้งที่ 2 ในรอบ 3 วันของยูเครน
การโจมตีครั้งนี้ นอกจากทำให้ชาวมอสโกต้องเผชิญกับมลพิษทางอากาศและคราบเขม่าน้ำมันแล้ว เที่ยวบินเกือบทั้งหมดในกรุงมอสโกถูกยกเลิก และยิ่งซ้ำเติมวิกฤตพลังงานในรัสเซียให้รุนแรงยิ่งขึ้น เพราะยูเครนเน้นการโจมตีแหล่งพลังงานของรัสเซียโดยตรง ทำให้เกิดภาวะน้ำมันขาดแคลน
ล่าสุด เพื่อตอบโต้ความก้าวร้าวของรัสเซีย สหภาพยุโรปมีมติต่ออายุมาตรการคว่ำบาตรทาเศรษฐกิจรัสเซียออกไปอีก 12 เดือน ซึ่งก่อนหน้านี้ สหภาพยุโรปจะต่ออายุมาตรการค่ำบาตรรัสเซียเพียงครั้งละ 6 เดือนเท่านั้น