ตร.ไซเบอร์รวบแก๊งหลอกเทรดเหรียญดิจิทัลสูญ 5.8 ล้าน อ้างคนรู้จักวานให้เปิดบัญชีใหม่ 7 บัญชีในวันเดียว เมื่อถูกเค้นสอบสารภาพขายต่อในราคา 1,500 บาท ต่อบัญชี
วันนี้ ( 22 มิ.ย. 69 ) สืบเนื่องจากมีผู้เสียหาย รู้จักกับมิจฉาชีพผ่านเฟซบุ๊ก แอดเพื่อนเข้ามาชวนพูดคุยตีสนิท และเปลี่ยนไปพูดคุยกันผ่านทางไลน์ โดยบุคคลดังกล่าวอ้างตัวเองว่าเป็นนักลงทุนซื้อขายเหรียญดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์ม “DGMVIS” ให้ผลตอบแทนสูง สามารถทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย จึงหลงเชื่อทำตามคำแนะนำ จากนั้นมิจฉาชีพได้ส่งลิงก์ให้ผู้เสียหายกดติดตั้ง แล้วให้ลงทะเบียนเข้าระบบ พร้อมเปิดบัญชีซื้อขายเหรียญดิจิทัลไบแนนซ์ และยังมีการส่งเลข OPT ไปในระบบของ “DGMVIS SERVICE” อย่างน่าเชื่อถือ
จากนั้นมิจฉาชีพให้ทดลองโอนเงินลงทุนครั้งแรก 50,000 บาท เวลาต่อมาระบบดังกล่าวแจ้งว่า ผู้เสียหายได้กำไร 216 เหรียญ USDT มิจฉาชีพจึงให้ผู้เสียหายทดลองถอนเงินออกจากระบบ ปรากฏว่าสามารถถอนเงินออกมาได้จริง 57,506 บาท ซึ่งเป็นเงินลงทุน 50,000 บาท และกำไร 7,506 บาท ผู้เสียหายจึงเชื่ออย่างสนิทใจว่าสามารถหาเงินและทำกำไรจากการลงทุนดังกล่าวได้จริง จึงได้โอนเงินลงทุนเพิ่มอีกจำนวนหลายครั้ง แต่ช่วงหลัง เมื่อต้องการถอนเงิน ระบบกลับแจ้งว่าไม่สามารถถอนเงินออกได้พร้อมแจ้งเหตุขัดข้องต่าง ๆ และให้ผู้เสียหายเติมเงินเพิ่มเข้าระบบเพื่อปลดล็อกระบบ สุดท้ายรู้ตัวว่าโดนหลอกลวงจึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 5,850,000 บาท
ต่อมา พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.3 จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 นำทีมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอพนักงานสอบสวนออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการ กระทั่งสามารถขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาได้แล้วหลายคน โดยพบว่าผู้ต้องหาแต่ละรายยังมีหมายจับติดตัวคดีอื่นอีกหลายคดี และมีผู้ต้องหาหลายรายอยู่ระหว่างถูกจำคุกในเรือนจำในคดีอื่นอีกด้วย
ล่าสุด พ.ต.ท.สมพร บุตรวงศ์ และ พ.ต.ท.ธวัช ทุเครือ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนพร้อมหมายจับศาลจังหวัดสีคิ้วที่ 61/2569 และ 62/2569 เข้าจับกุมตัวผู้ต้องหา 2 คน คือ นายคำสิน อายุ 39 ปี จับกุมตัวได้ในพื้นที่ อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร และน.ส.พรทิพย์ อายุ 33 ปี จับกุมตัวได้ในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ต.หนองบัว อ.นามน จ.กาฬสินธุ์
จึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นโดยทุจริตนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น” และ “ร่วมกันสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปหรือสนับสนุนการกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการการกระทำความผิดทางฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน”
จากการสอบถาม นายคำสิน ตอนแรกได้ปฏิเสธและให้การวกไปวนมา อ้างว่าคนรู้จักมาขอบัญชีไปใช้ จึงเปิดบัญชีกับธนาคารต่าง ๆ ให้ใหม่แค่ 7 บัญชี ในวันเดียว เมื่อสอบถามว่ารู้จักกับบุคคลดังกล่าวเมื่อไหร่ เจ้าตัวกลับบอกว่าเพิ่งรู้จักกันทางเฟซบุ๊กส่วนตัว แต่เมื่อตำรวจเค้นถามหลายครั้ง จึงยอมรับว่าได้ขายบัญชีธนาคารให้ไปในราคาประมาณ 1,500 ต่อบัญชี โดยเห็นโพสต์ประกาศรับซื้อบัญชีธนาคารจากเฟซบุ๊ก
ตำรวจจึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี และติดตามเส้นทางการเงินเพื่อตรวจยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดมาเข้าสู่ขบวนการเฉลี่ยทรัพย์คืนผู้เสียหายต่อไป