“พาณิชย์” ปราบนอมินี 8 เดือน เชือดผู้ทำบัญชีสีเทา 140 คน อึ้ง! คนเดียวถือหุ้นบริษัท 212 แห่ง

“พาณิชย์” ปราบนอมินี 8 เดือน เชือดผู้ทำบัญชีสีเทา 140 คน อึ้ง! คนเดียวถือหุ้นบริษัท 212 แห่ง

View icon 39
วันที่ 22 มิ.ย. 2569 | 12.10 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“พาณิชย์” จัดมาตรการเข้มลุยปราบนอมินีทั่วประเทศ ธุรกิจเสี่ยงนอมินีลดกว่า 65%  ช่วง 8 เดือน เชือดผู้ทำบัญชีสีเทา 140 คน
.
วันนี้ (22 มิ.ย.69) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังแถลงข่าวเรื่อง การป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นนอมินี ณ ห้องม่วงเทพรัตน์ ชั้น 7 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อรักษาความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า และปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยมุ่งตรวจสอบธุรกิจเสี่ยงใน 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง 2) ธุรกิจค้าที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ 3) e-Commerce ขนส่ง และคลังสินค้า 4) โรงแรมและรีสอร์ท 5) ธุรกิจการเกษตร และ 6) ธุรกิจก่อสร้าง
.
อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวว่า ยกระดับมาตรการตรวจสอบก่อนจดทะเบียน กรมฯ ได้กำหนดให้ผู้ถือหุ้นไทยที่ลงทุนร่วมกับต่างชาติ โดยชาวต่างชาติที่ลงทุนไม่ถึงกึ่งหนึ่ง (บริษัทยังมีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย) ผู้ถือหุ้นคนไทยต้องแสดงหลักฐานทางการเงิน (Bank Statement) ย้อนหลัง 3 เดือน นับแต่วันที่ชำระเงินทุนหรือค่าหุ้น เพื่อพิสูจน์ความสามารถในการลงทุนที่แท้จริง มาตรการนี้เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ส่งผลให้จำนวนบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลง 51.05% (1 มกราคม - 31 มีนาคม 2569) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
.
และหลังจากเพิ่มมาตรการยืนยันการลงทุนเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ทำให้บริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงอีกถึง 65.22% (1 เมษายน - 31 พฤษภาคม 2569) และเตรียมออกมาตรการเข้มเพิ่มเติม คาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ 1 สิงหาคม 2569 (อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น) สำหรับมาตรการ หลังจดทะเบียนจัดตั้ง กรมฯ ได้เพิ่มความเข้มงวดในการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลนิติบุคคล สำหรับกรรมการคนต่างชาติที่มีอำนาจลงนามในบริษัท การคัดกรองและจัดทำข้อมูลนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่มีคนต่างด้าวถือหุ้นสัดส่วน 0.01 - 49.99% และการวิเคราะห์พฤติกรรมของนิติบุคคลกลุ่มเป้าหมายที่เสี่ยงสูง
.
สำหรับผลจากการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินี ซึ่งกรมฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกใน 34 พื้นที่ ครอบคลุม 11 จังหวัดสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ และตาก ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 - 22 มิถุนายน 2569 รวมถึงกรมฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบบัญชีและงบการเงินของบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินี จำนวน 3,294 ราย พร้อมส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายต่อ ดังนี้
.
• กรมสรรพากร ตรวจสอบภาษี 14,800 ราย
• กรมที่ดิน 7,394 ราย
• สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน 534 ราย
• กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินการตามกฎหมาย 2,236 ราย
• กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) 2,257 ราย
• สำนักงานประกันสังคม ตรวจสอบการส่งเงินสมทบลูกจ้าง 137 ราย
• กองบัญชาการตำรวจนครบาล จำนวน 53 ราย  (ข้อมูลนิติบุคคลเขตห้วยขวาง)
• ชุดเฉพาะกิจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบเพิ่มเติม 2,713 ราย
• สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ตรวจสอบกรณีล้งมะพร้าวที่อาจมีพฤติกรรมฮั้วราคารับซื้ออีก 15 ราย
• ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) 2,094 ราย
.
และ ได้ขยายผลตรวจสอบไปยังสำนักงานบัญชีในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว 8 จังหวัด (ชลบุรี เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ พังงา) พบสำนักงานบัญชี 29 สำนักงาน ผู้ทำบัญชี 140 คน เข้าไปถือหุ้นในบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 2,040 บริษัท โดยมูลค่าหุ้นรวม 2,528 ล้านบาท มีทั้งคนเดียวถือหุ้น 212 บริษัท มูลค่าหุ้นรวม 247 ล้านบาท ซึ่งได้ส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไปด้วยแล้ว
.