ข่าวเย็นประเด็นร้อน - จากดรามาตำรวจปิด 2 เพจฯ เฟซบุ๊ก ที่โซเชียลฯ สงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่อง ส่วยรถบรรทุก หรือเปล่า เพื่อให้เคลียร์เรื่องนี้ ตำรวจก็ได้เรียก "เจ๊ทรายซิ่ง" เจ้าของรถบรรทุกมาเปรียบเทียบปรับ เจ้าตัวมาถึงก็พูดยาวเลย ยืนยันว่าตัวเองไม่มีเส้น และเจอเรียกปรับมาตลอด
มาถึง สภ.ไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี นางอังคณา หรือ “เจ๊ทรายซิ่ง” เจ้าของรถบรรทุก ก็พูดกับสื่อแบบไม่กั๊ก ตรงไปตรงมา ว่าตัวเองไม่มีเส้นสายอะไร เหตุที่มีปากเสียงกับตำรวจเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา เพราะตำรวจดำเนินคดีช้า ทั้งที่ตัวเองก็พูดแล้ว ว่ายินดีให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ด้วยความโมโห จึงเรียกแท็กซี่มาที่ สภ.ไทรน้อย เพื่อแจ้งข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว พอผู้กำกับการ สภ.ไทรน้อย ทราบเรื่องถึงได้ชี้แจงแนวทางปฏิบัติของตำรวจ และสั่งให้ตัวเองไปแก้ไขรถให้ถูกต้อง ไม่ได้มีอิทธิพลอะไร ส่วนที่ผ่านการตรวจของกรมการขนส่งฯ มาได้ ก็เพราะก่อนตรวจจะถอดอุปกรณ์ตกแต่งออก ยืนยันไม่ได้จ่ายส่วยให้ใคร
ขณะที่ ผู้กำกับการ สภ.ไทรน้อย ก็รับว่าตั้งแต่เกิดเรื่อง ถูกกระแสสังคมโจมตีอย่างหนัก ทั้งที่ตัวเองก็ทำตามหน้าที่ ทำตามกฎหมาย ไม่ได้ละเว้นใคร แต่ที่รับไม่ได้คือการคอมเมนต์ลามปามไปถึงครอบครัว จนมีบางช่วงที่ผู้กำกับการฯ ถึงขนาดต้องขอหยุดการให้สัมภาษณ์ชั่วคราว
จากความผิดที่เจอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบังโคลนยาวออกนอกตัวรถ ดัดแปลงท่อไอเสีย ตำรวจพิจารณาเอาผิดไป 2 ข้อหา คือ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และไม่มีส่วนควบตามที่กำหนด เปรียบเทียบปรับไป 2,000 บาท
ขณะที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดนนทบุรี บอกว่า ถ้าเป็นของขนส่งฯ เมื่อมาถึงแล้วพบว่า หากไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน ไม่เสียภาษีประจำปี ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีความผิดตามกฎหมายแตกต่างกันไป ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า ที่ "เจ๊ทราย" พูดมา ก็เป็นพฤติกรรมทั่วไปของคนขับรถบรรทุก ที่เมื่อถึงรอบการตรวจสภาพก็จะพยายามทำให้ถูกกฎหมาย ส่วนประเด็นเรื่องส่วยสติกเกอร์ หรือแม้แต่ตุ๊กตาหน้ารถ ไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ แต่ถ้าพบการกระทำผิด ก็พร้อมดำเนินการตามกฎหมายอยู่แล้ว
ส่วนประเด็นที่มีข้อถกเถียงในโซเชียลฯ เรื่องรถบรรทุกติดป้ายทะเบียนจีน ขับอยู่บนถนนพระรามที่ 2 ก็มีคนให้ความเห็นว่า จริง ๆ แล้วรถบรรทุกแบบนี้วิ่งในไทยได้ แค่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น ต้องมีใบอนุญาตเดินรถระหว่างประเทศ มีประกันภัยที่ใช้ได้ในไทย ปฏิบัติตามกฎหมายไทย และต้องผ่านพิธีการศุลกากรของไทยอย่างถูกต้อง และที่สำคัญต้องไม่ใช่การขนส่งสินค้าในประเทศ
ถามกับคนขับรถบรรทุกไทย ส่วนใหญ่บอกว่าไม่เคยเห็นรถป้ายทะเบียนแบบนี้วิ่งในเส้นถนนพระรามที่ 2 มาก่อน ยอมรับว่าเห็นแล้วก็ตกใจ รู้สึกไม่ค่อยดี แอบกลัวเหมือนกันว่าจะเป็นกลุ่มทุนเทาเข้ามาแย่งอาชีพคนไทยหรือไม่
สอบถามกับแหล่งข่าวภายใน กองบังคับการตำรวจทางหลวง ยอมรับว่า ส่วนใหญ่มักเห็นรถที่ติดป้ายแบบนี้วิ่งตามจังหวัดที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน การที่เห็นรถบรรทุกติดป้ายทะเบียนจีน ปรากฏอยู่บนเส้นทางถนนพระรามที่ 2 ไม่เคยเห็นมาก่อนเหมือนกัน ส่วนจะผิดปกติหรือไม่ ต้องรอการประสานกับกรมการขนส่งทางบก ช่วยกันตรวจสอบเรื่องนี้อีกที
สอบถามกับ นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย บอกว่า ระบบ “ส่วย” ที่ใช้สัญลักษณ์ ซึ่งเป็นที่รู้กันระหว่างผู้ให้กับผู้รับ เริ่มกลับมาอีกครั้ง ตั้งแต่ช่วงวิกฤตน้ำมัน โดยกลุ่มคนรถบรรทุกนอกรีต ยอมจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อเดือนต่ำสุด 10,000 บาทต่อคัน สูงสุดเดือนละ 50,000 บาทต่อคัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มรถที่ต้องขนอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับงานก่อสร้าง และ กลุ่มสินค้าเกษตรเคยเสนอทางแก้ไปแล้วว่า ให้ใช้ยาแรง เช่น ริบรถ และถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ถ้าทำได้ ก็เชื่อว่าจะเห็นผลทันที