“โดนัลด์ ทรัมป์” เผย “อิหร่านจะยอมให้ตรวจสอบอาวุธ ยืนยันถึงความบริสุทธิ์ใจทางอาวุธนิวเคลียร์ และหากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ก็พร้อมจะทำในสิ่งที่ต้องทำ”
วันนี้ (23 มิ.ย. 69) หลังจากการเจรจาโดยตรงรอบแรกระหว่างผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ และอิหร่าน ในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ (21 มิ.ย.69) ที่ผ่านมา ได้สิ้นสุดลงเมื่อช่วงเช้ามืดวานนี้ ซึ่งกาตาร์และปากีสถาน ซึ่งเป็นผู้ไกล่เกลี่ย ระบุว่าสหรัฐฯ และอิหร่านตกลงกันในโรดแมปที่จะนำไปสู่ข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายใน 60 วัน ส่วนการเจรจาทางเทคนิคในระดับเจ้าหน้าที่จะดำเนินต่อไปตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ที่ โดยการเจรจารอบแรกเน้นไปที่ประเด็นเรื่องยุติการสู้รบในเลบานอน และเปิดช่องทางการสื่อสารเพื่อช่วยให้เรือแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย
ล่าสุด ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา โพสต์บน ทรูธ โซเชียล ว่า ทุกคนทราบดีว่าอิหร่านจะยินยอมให้มีการตรวจสอบอาวุธครั้งใหญ่ เพื่อให้มั่นใจถึงความบริสุทธิ์ใจทางอาวุธนิวเคลียร์ในระยะยาว
ก่อนหน้านี้ เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า การเจรจากับเจ้าหน้าที่อิหร่านในสวิตเซอร์แลนด์นั้นได้วางรากฐานที่ดีสำหรับข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้าย แม้ว่าอิหร่านจะปฏิเสธว่ายังไม่ได้เริ่มหารือเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ก็ตาม และอิหร่านตกลงที่จะอนุญาตให้ผู้ตรวจสอบด้านนิวเคลียร์เข้าไปตรวจสอบได้ และจัดตั้งกลไกเพื่อจัดการกับทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ในต่างประเทศ และจัดการเรื่องการหยุดยิง
นอกจากนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่า หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง หรือหากอิหร่านประพฤติตัวไม่เหมาะสม ผมก็จะทำในสิ่งที่ผมต้องทำ และ “ทรัมป์” ยังกล่าวว่า อิหร่านควรใช้เงินทั้งหมดที่ถูกปลดล็อกในการซื้ออาหารจากสหรัฐฯ ซึ่งอาหารเป็นสิ่งที่อิหร่านต้องการอย่างยิ่ง พวกเขามีประชากร 91 ล้านคน พวกเขาไม่สามารถดูแลผู้คนเหล่านั้นได้ ดังนั้นเงินที่เราได้มาจะไปถึงมือเกษตรกรของสหรัฐฯ