ล่าข้ามจังหวัด ! เสี่ยขายอิฐบล็อก ธุรกิจเจ๊ง ตกอับ ขี่รถจักรยานยนต์กระชากสร้อยคอหนัก 2 บาท หาเงินไปใช้หนี้ และจ่ายงวดรถ ตรวจสอบประวัติพบเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันเมื่อปี 2558
กล้องหลังรถยนต์ของพลเมืองดี บันทึกภาพคนร้าย เป็นชายขี่รถจักรยานยนต์ ไปตามถนนเลียบแม่น้ำปิง ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนสบโอกาสเข้าประกบผู้เสียหาย ก่อนจะกระชากสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทอย่างแรง ทำให้รถผู้เสียหายเสียหลักล้มลง ก่อนที่คนร้ายจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางเทศบาลป่าแดด โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 20มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา
หลังเกิดเหตผู้เสียหายคือ นางสาวรัตนาภรณ์ อายุ 47 ปีได้โทรแจ้งตำรวจให้มาช่วยเหลือเนื่องจากได้รับบาดเจ็บบริเวณเข่า และหลังรับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ลงพื้นที่แกะรอยกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี จนกระทั่งทราบว่าคนร้ายคือ นายเอกชัย อายุ 58 ปี จึงขออนุมัติหมายจับ กระทำผิดฐาน “วิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดฯ"
ล่าสุด วันนี้ 23 มิ.ย. 69 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหา ได้ที่บ้าน ในตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง พร้อมของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุวันก่อนคือรถจักรยานยนต์ เสื้อผ้า และกระเป๋าเป้
เบื้องต้น นายเอกชัย ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุกระชาสร้อยคอทองคำจริง เนื่องจากต้องการหาเงินไปใช้หนี้สินที่ประกอบธุรกิจแล้วมีปัญหา และไปจ่ายค่างวดรถด้วย จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์จากจังหวัดลำปาง มาก่อเหตุในเขตพื้นที่ป่าแดด จังหวัดเชียงใหม่
หลังก่อเหตุเพื่อเป็นการอำพรางการจับกุมของเจ้าหน้าที่ได้ไปเปลี่ยนเสื้อถึง 3 รอบ แต่ก็ไม่รอด ส่วนสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาทที่กระชากไปนั้น นายเอกชัยให้การว่า ได้นั่งรถโดยสารจากจังหวัดลำปาง นำสร้อยคอทองคำไปขายที่ร้านทองจังหวัดพะเยา ได้เงินมา 1 แสน 2 หมื่นบาท ได้นำเงินไปใช้หนี้หมดแล้ว อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ตำรวจจะประสานไปยังร้านทองจังหวัดำพะเยาที่รับซื้อสร้อยคอทองคำของนายเอกชัยมาสอบสวนและนำสร้อยคอมาคืนให้กับผู้ต้องหาต่อไป
สำหรับนายเอกชัย ผู้ต้องหารายนี้เมื่อปี 2558 ก็เคยก่อเหตุวิ่งราวทรัยพ์สร้อยคอทองคำหนัก 1บาทในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง พึ่งพ้นโทษมาได้ปีกว่า ก็กลับมาก่อเหตุซ้ำอีก