ห้องข่าวภาคเที่ยง - ส่วน ผอ. "พ" ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ข่าวล่าสุดเจ้าตัว จะไปยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง ผอ.กอง ในเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี สุดท้ายไม่สามารถทำได้แล้ว
สาเหตุที่ทำไม่ได้ เนื่องจากเมื่อวานนี้ นายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดเพชรบูรณ์ หรือ ก.ท.จ.เพชรบูรณ์ ที่ประชุมเห็นชอบให้พักราชการ "ผอ. พ" ซึ่งเป็น ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี แล้ว พร้อมกับคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง
ซึ่งจะทำให้ "ผอ. พ" ที่แจ้งความจำนงค์ว่า จะไปยื่นใบลาออกจากราชใน 1-2 วันนี้ ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างถูก "พักราชการ" และ "สอบสวนวินัย" ซึ่งต้องรอจนกว่าผลการสอบสวนจะถึงที่สุด
ส่วนความคืบหน้าเรื่องการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง "ผอ. พ" คนที่เป็นประธานสอบจะเป็นนางสาวสุณี มังคลารัตนศรี รองนายกเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ทำหน้าที่รักษาราชการแทนนายกเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี เพราะตอนนี้ตัวนายกฯ ไม่อยู่เข้ามาอบรมที่กรุงเทพฯ ทั้งยังมีความสัมพันธ์เป็นพี่น้องกับ "ผอ.พ." ด้วย เพื่อความโปร่งใส นางสาวสุณี ได้ประสานขอนิติกร จังหวัดมาร่วมเป็นคณะกรรมการสอบสวนด้วย
ส่วนอีกชุดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง เป็นคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง จะเริ่มสอบสวนในสัปดาห์หน้า จะมีการเรียกบุคคลที่มีภูมิลำเนาในอำเภอวิเชียรบุรี ที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งจากการสอบในครั้งที่มีปัญหา และได้รับการบรรจุุทำให้ในจังหวัดต่าง ๆ ส่วนนี้มีประมาณ 40 คน มาให้ปากคำ
จุดสังเกตที่ผู้สื่อข่าวเราได้มา ในจำนวน 40 คน นี้ เชื่อไหมว่า 30 คนเป็นลูกจ้างของเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ใน 30 คน มีถึง 10 คน เป็นทีมเลขาหน้าห้องของนายกเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ได้รับการบรรจุทั้งหมด
ส่วนบ้านพักในจังหวัดนนทบุรี ถูกระบุว่าเป็น "เซฟเฮาส์หลัก" ของขบวนการทุจริตสอบแข่งขันเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นปี 2568 ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และตำรวจ บก.ปปป. บุกเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 แถมยังพบว่า เชื่อมโยงกับ "ผอ.พ"
บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นที่ตั้งของ บริษัทฯ จดทะเบียนทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และปรากฏชื่อ "ผอ.พ" เป็นหนึ่งในกรรมการบริษัท โดยภรรยาของ "ผอ.พ " ถือหุ้น 70 เปอร์เซ็นต์ จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า บ้านหลังนี้ไม่ได้ทำธุรกิจอสังหาฯ จริงตามที่แจ้ง แต่ถูกใช้เป็นสถานที่ซุกซ่อนและแก้ไขกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบจากทั่วประเทศ เพื่อดัดแปลงคะแนนให้ตรงกับรายชื่อของคนที่จ่ายเงินซื้อตำแหน่ง
จากการพูดคุยกับชาวบ้านรอบข้าง บอกว่า เท่าที่ตนเองสังเกตเห็น มักมีข้าราชการส่วนท้องถิ่น แวะเวียนเข้ามาทำงานที่บ้านหลังดังกล่าวเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี แล้ว ที่ตนทราบว่าเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นนั้น ก็เพราะบางครั้งแต่ละคนที่แวะเวียนเข้ามา ก็สวมใส่เครื่องแบบข้าราชการสีกากี และตนก็เคยพูดคุยสอบถามกับพนักงานที่มาทำงานในบริษัทดังกล่าว จนทำให้ทราบว่าทั้งหมดเป็นพนักงานอยู่เทศบาลใกล้เคียง
มาในช่วงเวลาหลังเลิกงาน คือ ประมาณ 17.00 น. เป็นต้นไป และจะกลับช่วงค่ำ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ จะเดินทางมากันตั้งแต่ช่วงสาย และกลับค่ำเช่นเดียวกัน แต่ละคนไม่ได้มาพร้อมกัน เป็นการทยอยเดินทางมา ซึ่งทั้งหมดจะนำรถมาจอดลานจอดรถของวัด ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับซอยบริษัท แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนสังเกตเห็นว่าพนักงานทุกคนที่เข้ามาทำงานในบริษัทดังกล่าวนั้น กลับบ้านดึกกว่าปกติ บางวันก็ 23.00 น. บางวันก็ไม่ได้กลับ นอนค้าง
แม้จะเคยพูดคุยกับบุคคลที่มาทำงานอยู่ในบริษัทอยู่บ้าง แต่ทั้งหมดก็ไม่เคยเล่าข้อเท็จจริงให้ฟัง เคยไปส่งของด้านหน้าบริษัท แต่ก็ไม่ได้เข้าไปด้านใน เพราะบริษัทปิดม่านทึบตลอดเวลา และจะมีเพียงพนักงานที่ทำงานด้านในออกมารับของเท่านั้น
แต่หลังจากตำรวจบุกมาค้นบริษัทดังกล่าว ยอมรับว่าตกใจ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยคิดว่าบ้านหลังนี้ จะประกอบธุรกิจลักษณะนี้