ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งติด ในเวเนซุเอลา เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 920 คน ขณะที่ยอดผู้สูญหายอยู่ที่กว่า 50,000 คน ทางเจ้าหน้าที่เร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากอาคาร
วันนี้ (27 มิ.ย. 69) จากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งติดกัน ขนาด 7.2 และ 7.5 ในกรุงการากัส เมืองหลวงของประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย. 69) ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายอย่างหนักทั้งในเมืองหลวงและพื้นที่โดยรอบ โดยเฉพาะรัฐลากัวอีรา
ล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 920 คน และผู้บาดเจ็บกว่า 3,300 คน และมีรายงานผู้สูญหายกว่า 50,000 คน
ทางสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ ประเมินว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นเกิน 10,000 คน และอาจทำให้ภัยพิบัติครั้งนี้ กลายเป็น 1 ในแผ่นดินไหวที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดของภูมิภาคลาตินอเมริกา ในรอบ 100 ปี
โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตที่ยังติดอยู่ใต้ซากอาคาร ชาวบ้านและอาสาสมัครจำนวนมากยังต้องใช้มือเปล่าคุ้ยซากอาคาร เพื่อค้นหาคนที่ติดอยู่ข้างใต้ เพราะเครื่องจักรหนักและอุปกรณ์กู้ภัยยังไม่เพียงพอ ความช่วยเหลือยังเข้าไปไม่ทั่วถึง รวมถึงการเข้าถึงพื้นที่ก็ลำบาก ถนนเสียหาย และอาคารพังถล่มหลายจุด
ทางหญิงคนหนึ่ง เล่าว่า ลูกชายของเธอวัย 6 ขวบ และญาติอีก 5 คน ยังติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พักอาศัย แม้รู้ว่าติดอยู่ในซากอาคาร แต่ช่วยออกมาไม่ได้ เพราะไม่มีเครื่องมือ
ขณะนี้มีทีมกู้ภัยนานาชาติหลายร้อยคนเดินทางถึงเวเนซุเอลาแล้ว และทยอยเดินทางเข้ามาสนับสนุนปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ ทั้ง บราซิล, แคนาดา, เม็กซิโก, โคลอมเบีย, เอลซัลวาดอร์, คิวบา และสหรัฐฯ รวมถึงองค์การสหประชาชาติ ก็ได้ส่งทีมค้นหา, เจ้าหน้าที่กู้ภัย และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยด้วย ท่ามกลางความหวังที่ริบหรี่ ครอบครัวผู้สูญหายจำนวนมากยังคงเฝ้ารอข่าวจากเจ้าหน้าที่
ทางสหรัฐฯ ประกาศให้ความช่วยเหลือ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 5,000 ล้านบาท พร้อมผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน เพื่อเปิดทางให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเดินหน้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ด้านองค์การสหประชาชาติ ประเมินว่า ความเสียหายโดยตรงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้อาจสูงถึง 6,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือมากกว่า 2 แสนล้านบาท