สคบ.คุมเข้มร้านบุฟเฟต์ เน้นข้อกำหนด 3 ข้อ โพรโมชันต้องระบุเงื่อนไขให้ครบก่อนลูกค้าตัดสินใจ , ภาพอาหารและเมนูต้องตรงกับของจริง หากรายการใดหมด ต้องแจ้งลูกค้าก่อนใช้บริการ และราคาต้องชัดเจน หากมีค่าบริการหรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องแจ้งให้ครบก่อนชำระเงิน
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมด้วย นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค นำคณะลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกร้านอาหารบุฟเฟต์ในพื้นที่เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานเขตปทุมวัน ร่วมภารกิจ
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า การแข่งขันด้วยโพรโมชันเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ต้องตั้งอยู่บนความซื่อตรง โฆษณาไว้อย่างไร ผู้บริโภคต้องได้รับอย่างนั้น ตนไม่ต้องการให้ประชาชนถูกหลอกก่อนแล้วค่อยมาตามแก้ วันนี้จึงให้ สคบ. ลงมาตรวจเชิงรุกถึงหน้าร้าน เพื่อดูว่าข้อความโฆษณา ราคา และเงื่อนไข ตรงกับบริการจริงที่ประชาชนได้รับหรือไม่ พร้อมเชื่อว่าร้านที่ทำดี มีมาตรฐาน ประชาชนพร้อมสนับสนุนให้เติบโต แต่ร้านที่
เอาเปรียบผู้บริโภค สคบ. จะดำเนินการให้ถึงที่สุด
สำหรับการตรวจครั้งนี้ สคบ. เน้น 3 ประเด็นหลัก คือ
1. ป้ายโฆษณาและโพรโมชันต้องระบุเงื่อนไขให้ครบก่อนลูกค้าตัดสินใจ ไม่ให้เกิดกรณีป้ายตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนอย่างหนึ่ง แต่มีเงื่อนไขจำกัดสิทธิที่ใช้ตัวอักษรขนาดเล็ก
2. ภาพอาหารและเมนูต้องตรงกับของจริง หากรายการใดหมด ต้องแจ้งลูกค้าก่อนใช้บริการ
3. ราคาต้องชัดเจน หากมีค่าบริการหรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องแจ้งให้ครบก่อนชำระเงิน รวมถึงคูปองที่ขายล่วงหน้าทางออนไลน์ ต้องระบุเงื่อนไขให้ชัดตั้งแต่ตอนขาย
ทั้งนี้ หากพบการโฆษณาเกินจริงหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญ อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 22 ประกอบมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีจัดโพรโมชันแต่ไม่แจ้งเงื่อนไขให้ครบถ้วน อาจมีโทษตามมาตรา 48 และหากขายคูปองล่วงหน้าแล้วปิดกิจการหลบหนีโดยมีเจตนาหลอกลวง อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ สคบ. ยังมีอำนาจดำเนินคดีแพ่งแทนผู้บริโภคตามมาตรา 39 เพื่อรวบรวมผู้เสียหายและฟ้องเรียกเงินคืนพร้อมกัน ทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องต่อสู้เพียงลำพัง
หากพบปัญหาหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ผู้บริโภคร้องทุกข์ได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด