ขยายผลจับเครือข่ายส่งยาให้ "แอร์สาว"

View icon 23
วันที่ 2 ก.ค. 2569 | 11.28 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - หลังการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับตำรวจออสเตรเลีย เมื่อวาน เลขาธิการ ป.ป.ส. พูดอยู่ว่า 1-2 วันนี้ จะมีปฏิบัติการบุกจับเครือข่ายยาเสพติด ที่เกี่ยวพันกับคดีของ "มีนา" แอร์โฮสเตสสาว ที่ถูกจับกุมตัวในประเทศออสเตรเลีย 

รถเก๋งสีดำ คือรถที่เมื่อไม่กี่วันก่อน "เลขาธิการ ป.ป.ส." บอกว่าเป็นรถของคนที่ขับเอาพัสดุเข้าไปส่งในคอนโดฯ ของ "มีนา" แอร์โฮสเตสสาว ที่ถูกจับกุมตัวในประเทศออสเตรเลีย เพราะไปเจอว่าเธอเอาเฮโรอีนไม่น้อยกว่า 1 กิโลกรัม แฝงไปกับกระเป๋าผ้า 12 ใบ เป็นเป้าหมายที่ ป.ป.ส. และตำรวจ กำลังต้องการตัวมาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

โดย เลขาธิการ ป.ป.ส. ยืนยันว่า ชายสวมเสื้อฮู้ดสีดำ ใช้รถยนต์สีดำเป็นยานพาหนะ นำพัสดุใส่กล่องกระดาษสีน้ำตาล ที่หาซื้อได้ทั่วไป มาส่งให้ "แอร์โฮสเตส" วันที่ 22 มิถุนายน

ซึ่งจะสอดคล้องกับภาพวงจรปิดที่เห็นรถต้องสงสัยคันนี้เลี้ยวเข้าคอนโดฯ ย่านบางนา เวลา 12.04 น. และใช้เวลาอยู่ในคอนโดฯ รวมทั้งสิ้น 24 นาที เพื่อส่งของก่อนขับออกมา เวลา 12.28 น.

ด้าน นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง โฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. ยืนยันว่า ต้นทางของ "เฮโรอีน" ที่ส่งให้ "แอร์โฮสเตส" มาจากต่างประเทศ เส้นทางลำเลียงยาเสพติดล็อตนี้มีความเป็นไปได้ว่าจะมาจาก 3 เส้นทาง คือ ภาคเหนือ, อีสาน (พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ) และจังหวัดกาญจนบุรี เนื่องจากประเทศไทยไม่มีแหล่งผลิตยาเสพติดประเภทนี้ จึงต้องลักลอบนำเข้าไทย แล้วเอามาแฝงใส่พัสดุรูปแบบต่าง ๆ

กรณีของเพจฯ สภ.เด่นชัย จังหวัดแพร่ ก็เคยโพสต์เตือนภัยไว้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ว่ามีกรณีคล้าย ๆ กับ "คดีแอร์สาวขนเฮโรอีนไปออสเตรเรีย" แต่เป็นการซุกผงสีขาวน้ำหนักรวมกว่า 5.7 กิโลกรัม ในแผ่นรองนั่ง แล้วใช้วิธีหลอก "คนรับหิ้ว" ให้กลายเป็นผู้ลำเลียงยาเสพติดโดยไม่รู้ตัว เคสนี้มีต้นทางมาจากจังหวัดนครพนม สามารถขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้ส่วนหนึ่ง

ซึ่งผลการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ทำให้ทราบข้อมูลของ "นักบิน" หรือ คนส่งของในกลุ่มเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงกลุ่มผู้รับสินค้าปลายทางที่ออสเตรเลียแล้ว และเตรียมนำข้อมูลทั้งหมดไปสืบสวนร่วมกับทางการออสเตรเลียต่อไป

ส่วนข้อสงสัยเหตุใด "แอร์โฮสเตส" ถึงเชื่อถือและไว้วางใจเพจฯ เฟสบุ๊ก จนยอมรับหิ้วกระเป๋าเดินทางข้ามประเทศ ทั้ง ๆ ที่มีกฎเหล็กห้ามลูกเรือรับหิ้วสินค้า นอกจากนี้ยังมีข้อมูลของทางการออสเตรเลีย ระบุว่า เมื่อ "แอร์โฮสเตส" เดินทางไปถึง ได้เลือกเข้าช่องสำแดงสิ่งของกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรด้วยตนเอง เรื่องนี้มีการพูดคุยกันในรายการมีเรื่องต้องคุย เมื่อวานนี้ และจุดนี้ก็เป็นจุดหนึ่งที่ "มีนา" สามารถใช้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง

ด้าน นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรือ อาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ โพสต์เฟซบุ๊กให้ความเห็นถึงกรณีนี้ว่าถ้าหน่วยงานไทยตรวจสอบแล้วพบว่า "แอร์โฮสเตส" ไม่มีเจตนา ไม่เคยมีประวัติ หรือไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติจริง หลักฐานเหล่านี้จะมีความสำคัญต่อการต่อสู้คดี สามารถใช้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองได้

ซึ่งอาจจะทำให้โทษหนักเป็นเบา เพราะกฎหมายทั่วโลกจะประกอบด้วย 2 อย่างคือ การกระทำทางกายภาพ และเจตนาที่จะกระทำความผิด กรณีนี้ทางกายภาพเห็นชัดอยู่แล้วว่า ขนยาเสพติดไปจริง ก็เหลือแต่เจตนาที่ต้องดูว่ามีเจตนา หรือไม่ มีเหตุควรที่จะรู้ หรือไม่ เพราะในต่างประเทศ ก็เคยมีเรื่องทำนองนี้เหมือนกัน

และเมื่อคืนที่ผ่านมา มีรายงานข่าวว่า ป.ป.ส. บุกล็อกจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ได้ที่ซอยรางน้ำ ทีมข่าวก็สอบถามกับแหล่งข่าวใน ป.ป.ส. ให้ข้อมูลว่า มีปฏิบัติการจริง ไม่ใช่เฉพาะแค่ที่ซอยรางน้ำ แต่เป็นในหลายจุดเลย มีของกลางเป็นเฮโรอีน ที่ยึดได้มากกว่า 1 กิโลกรัม มีคนที่กำลังต้องการตัวมาสอบสวนด้วย

และล่าสุด มีรายงานข่าวว่า "มีนา" ได้ให้การว่า ตัวเองได้รับการติดต่อจากเฟซบุ๊กชื่อ "Rose Rose" ให้หิ้วของไปออสเตรเลีย ก่อนนัดส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่ง โดยคนรอรับใช้ชื่อเล่นว่า "เดียร์" เป็นผู้หญิง ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า "เดียร์" เป็นใคร พร้อมเร่งขยายผลจากข้อมูลในโทรศัพท์ของ "มีนา" เพื่อตามจับกุมเครือข่ายทั้งหมด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง