กมธ.ฯ ป.ป.ช. สภาฯ เชิญ “บิ๊กเต่า” ให้ข้อมูลคดี “โกงสอบท้องถิ่น-ปลัดจังหวัดภูเก็ต” ลั่นต้องสาวให้ถึงตัวการใหญ่
.
วันนี้ (2 ก.ค.69) นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ฯ ป.ป.ช. สภาฯ) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กมธฯ วันนี้ เพื่อหารือเรื่องการสอบทุจริตการจัดสอบท้องถิ่น และเรื่องส่วยใน จ.ภูเก็ต โดยเชิญพลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง มาชี้แจงการทุจริตการจัดสอบท้องถิ่น และการดำเนินคดีกับปลัดจังหวัดภูเก็ต ซึ่งยอมรับว่า สังคมก็มีข้อกังวลว่า ท้ายที่สุดแล้วการตรวจสอบทุจริตนี้อาจจะสาวไปไม่ถึงตัวการใหญ่
.
วันนี้ทางคณะกรรมาธิการฯ ก็จะมีการสอบถามถึงข้อมูลเชิงลึก และการตรวจสอบว่า ขณะนี้เดือนหน้าไปถึงไหนแล้ว เพราะตั้งแต่วันที่บุกจับกุมที่จังหวัดนนทบุรี ก็ผ่านมากว่า 10 วันแล้ว และ จุดเริ่มต้นคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง MOU ใน 5 หน่วยงาน ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้ต่อต้านเรื่องนี้จริงจัง เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่เลวร้ายมาก แต่ที่ผ่านมาจับไม่ได้ จนกระทั่งมีการเซ็น MOU กับ 5 หน่วยงาน จึงได้มีการทำลายขบวนการทุจริตข้อสอบ หากเรื่องไปถึงใคร หรือหน่วยงานใดก็ตาม หรือแม้แต่หากมี สส. ของพรรคภูมิใจไทย เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่มีการช่วยเหลือ เพราะเรื่องนี้พรรคภูมิใจไทยรับไม่ได้
.
ส่วนกรณีที่นายพงศกรณ์ เสาร์ทน หรือ กฤต ได้พาดพิงถึงคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. โดยระบุห้วงเวลาเมื่อปี 2568 แต่ขณะนั้นตนเองไม่ได้เป็นคณะกรรมาธิการฯ ดังนั้นสิ่งที่พาดพิงมา ตนมีความกังวล 2 เรื่องคือ มีการระบุชื่อ และนามสกุล ตนเองจึงได้ให้ เจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ไปตรวจค้น ซึ่งชื่อที่ถูกอ้างว่า เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ นั้น ไม่มีอยู่จริง แต่มีบุคคลที่มีนามสกุลนั้น เป็นที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการฯ ป.ป.ช.สมัยนั้น
.
ส่วนกรณีที่นายกฤต ระบุว่า มีการล่อซื้อ ยืนยันว่า คณะกรรมาธิการฯ ไม่เคยทำเช่นนั้น ถือว่า สร้างความเสียหายต่อคณะกรรมาธิการฯ เป็นอย่างมาก รวมถึงสร้างความเสียหายให้กับสภาฯ ด้วย ซึ่งจะให้เจ้าหน้าที่ทำหนังสือไปยังประธานสภาฯ ให้สำนักกฎหมายสภาฯ พิจารณาดำเนินคดีกับบุคคลที่พาดพิง และคนที่ทำให้คณะกรรมาธิการฯ และสภาฯ เสียหาย
อีกทั้ง อยากให้ประธานสภา วางมาตรการป้องกันบุคคลไม่ว่าจะมีตำแหน่ง หรือไม่มีตำแหน่งในคณะกรรมาธิการฯ ของสภาฯ ไปเรียกรับผลประโยชน์จากบุคคลภายนอก เพื่อเป็นการปกป้องศักดิ์ศรีของสภา
.