กรมศิลปากรพบ “แหวนทองคำ” มีคำจารึกเพิ่มอีก สันนิษฐานเป็นอักษรอินเดียโบราณพราหมี อายุประมาณ 1,900-2,100 ปี อ่านว่า “ปุสรชิตส” ขณะเก็บโครงกระดูกและโบราณวัตถุ ที่แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง
วันนี้ (3 ก.ค. 69) นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เผยว่า เมื่อวานนี้ (2 ก.ค. 69) ได้มอบหมายให้ นางนิภา สังคนาคินทร์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี นำทีมนักโบราณคดีและผู้เชี่ยวชาญ ดำเนินการเก็บหลักฐานทางโบราณคดีได้แก่ ชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์และโบราณวัตถุที่พบขึ้นจากหลุมขุดค้น แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เนื่องจากหลุมประสบปัญหาน้ำใต้ดิน ความเค็ม และความชื้นแฉะจากฤดูฝน ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้โครงกระดูกเปื่อยยุ่ยและโบราณวัตถุประเภทสำริดผุกร่อน จึงต้องเก็บเพื่อนำส่งไปอนุรักษ์ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ของกรมศิลปากร
ขณะที่ทีมนักโบราณคดีและผู้เชี่ยวชาญทำการจัดเก็บโครงกระดูกและโบราณวัตถุอยู่นั้น ได้พบแหวนทองคำเพิ่มอีกจำนวน 2 วง จากโครงกระดูกหมายเลข 4
โดยแหวนวงแรกพบว่า ส่วนหัวแหวน มีการสลักอักษรโบราณ เป็นลักษณะของแหวนตราประทับ เบื้องต้น ดร.อุเทน วงศ์สถิต คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านภาษาโบราณ กรมศิลปากร สันนิษฐานว่า เป็นอักษรอินเดียโบราณพราหมี อายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 5 - 7 หรือประมาณ 1,900 – 2,100 ปีที่ผ่านมา อ่านว่า “ปุสรชิตส” แปลว่า “ของปุสรชิตะ” หมายถึงผู้ที่ถูกรักษาโดยฤกษ์หรือดาวปุษยะ จึงสันนิษฐานว่า เจ้าของแหวนน่าจะอยู่ในวรรณะแพศย์ (พ่อค้า)
ส่วนแหวนวงที่ 2 ไม่มีลวดลายประดับตกแต่ง
ทั้งนี้ เคยมีการค้นพบอักษรพราหมีบนตราประทับและเครื่องประดับมาแล้วในแหล่งโบราณคดีบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย ได้แก่ แหล่งโบราณคดีคลองท่อม จังหวัดกระบี่ และแหล่งโบราณคดีเขาสามแก้ว จังหวัดชุมพร เป็นต้น
ปัจจุบัน ทางสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ได้ดำเนินการส่งมอบแหวนทองคำทั้ง 2 วง ให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี เก็บรักษาไว้เพื่อเตรียมการอนุรักษ์และศึกษาต่อไป
ส่วนการเก็บโบราณวัตถุที่เป็นโครงกระดูกมนุษย์แบ่งเป็น 2 แนวทาง โดยจัดเก็บเป็นรายชิ้นส่วนสำหรับโครงกระดูกกลุ่มที่ 1 คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ และการจัดเก็บแบบยกทั้งแท่นดินขึ้นจากหลุมขุดค้น สำหรับกลุ่มโครงกระดูกกลุ่มที่ 2 โดยมีทีมนักวิทยาศาสตร์ กรมศิลปากรร่วมกำกับดูแลและใช้วิธีผนึกโครงกระดูกเพื่อป้องกันการเสียสภาพ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์
ส่วนโครงกระดูกที่พบล่าสุดที่สันนิษฐานว่า เป็นโครงกระดูกเด็กมีสภาพค่อนข้างเปื่อย และมีภาชนะสำริดขนาดใหญ่วางอยู่บริเวณกลางลำตัว จะใช้วิธียกขึ้นทั้งแท่นเพื่อความปลอดภัยและรักษาสภาพเอาไว้ให้ได้มากที่สุด คาดว่าภารกิจช่วงสุดท้ายนี้จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นจะทำการปิดหลุมขุดค้นและจัดแถลงผลการดำเนินงานทางโบราณคดีระยะแรก โดยจะมีการจัดนิทรรศการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมโบราณวัตถุจากแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ก่อนจะนำเข้าสู่กระบวนการอนุรักษ์และศึกษาวิจัย ฯ