ป.ป.ส. รวบหญิงส่งพัสดุกาแฟ-ชาไทย ยัดไส้เฮโรอีน 2.1 กก. เตรียมส่งไปไต้หวัน

ป.ป.ส. รวบหญิงส่งพัสดุกาแฟ-ชาไทย ยัดไส้เฮโรอีน 2.1 กก. เตรียมส่งไปไต้หวัน

View icon 28
วันที่ 4 ก.ค. 2569 | 15.56 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ป.ป.ส. รวบหญิงหิ้วพัสดุกาแฟ-ชาไทย ยัดไส้เฮโรอีน น้ำหนัก 2.1 กก. เตรียมส่งไปไต้หวัน เจ้าตัวรับสารภาพหิ้วจากเชียงรายมาส่งที่ กทม. ได้ค่าจ้าง 10,000 บาท เจ้าหน้าที่เร่งขยายผลผู้บงการเครือข่ายข้ามชาติ

วันนี้ (4 ก.ค.69) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เผยว่า วานนี้ (3 ก.ค.69) เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เข้าตรวจสอบบริษัทรับส่งพัสดุเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดเฝ้าระวังการลักลอบส่งยาเสพติดไปยังไต้หวัน ภายหลังได้รับข้อมูลว่ามีความเชื่อมโยงกับการส่งพัสดุต้องสงสัยไปยังปลายทางดังกล่าว

ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบหญิงลักษณะท่าทางมีพิรุธนำพัสดุมาติดต่อส่งไปไต้หวัน จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และขอทำการตรวจสอบพัสดุ ผลการตรวจค้นพบกาแฟสำเร็จรูปและชาไทยที่มีลักษณะการซุกซ่อนเช่นเดียวกับคดีตรวจยึดเฮโรอีนในพื้นที่ซอยรางน้ำที่ ป.ป.ส. ตรวจพบก่อนหน้านี้ เมื่อเปิดตรวจสอบพบยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เฮโรอีน) ซุกซ่อนอยู่ภายในถุงกาแฟสำเร็จรูปขนาดใหญ่ จำนวน 3 ถุง และถุงชาไทย จำนวน 1 ถุง รวมน้ำหนักประมาณ 2,100 กรัม เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลาง พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดเชียงราย และเดินทางจากจังหวัดเชียงรายมากรุงเทพมหานคร ก่อนนำพัสดุดังกล่าวมาส่งไปไต้หวัน โดยรับถุงกาแฟและชาไทยที่ซุกซ่อนเฮโรอีนมาจากพื้นที่จังหวัดเชียงราย พร้อมได้รับค่าจ้างเป็นเงินสดจำนวน 10,000 บาท เพื่อนำพัสดุมาส่ง

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนขยายผล ติดตามผู้ว่าจ้าง ผู้สั่งการ และผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า การตรวจยึดครั้งนี้มีรูปแบบการซุกซ่อนเช่นเดียวกับคดีตรวจยึดเฮโรอีนที่ซุกซ่อนในถุงกาแฟที่ ป.ป.ส. ตรวจพบก่อนหน้านี้ จึงเชื่อได้ว่าอาจเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือมีความเชื่อมโยงกัน โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบและขยายผลเชิงลึก นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดยังคงพยายามใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดออกไปยังต่างประเทศ โดยอาศัยการอำพรางในสินค้าอุปโภคบริโภคและใช้ระบบขนส่งพัสดุระหว่างประเทศเป็นช่องทางในการกระทำผิด แต่ด้วยการบูรณาการด้านการข่าว การสืบสวน และการเฝ้าระวังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้สามารถสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง

พ.ต.ต.สุริยา ยืนยันว่า สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม จะเดินหน้าบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังการลักลอบส่งยาเสพติดผ่านระบบขนส่งระหว่างประเทศ ติดตามยึดทรัพย์สินของเครือข่ายค้ายาเสพติด และเร่งขยายผลจับกุมผู้สั่งการ ผู้ว่าจ้าง และผู้ร่วมขบวนการทุกราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางผ่านของเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาคมระหว่างประเทศในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขอเตือนประชาชนไม่รับฝากหรือรับจ้างส่งพัสดุไปต่างประเทศโดยไม่ทราบแหล่งที่มา หรือไม่ได้ตรวจสอบสิ่งของภายในอย่างละเอียด เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของเครือข่ายค้ายาเสพติดและต้องรับโทษตามกฎหมาย แม้อ้างว่าไม่รู้เห็นก็ตาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง