CIB เปิดปฏิบัติการ “ล้มคน ค.แข็ง” จับกุมเจ้าของร้านคาราโอเกะ ลวงเพื่อนลูกสาว วัย 15 ปี ขายบริการ โดยขอหักค่าหาแขก 300-500 บาท
วันนี้ ( 5 ก.ค. 69 ) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ และเจ้าหน้าที่พมจ.พังงา ได้ร่วมกันทำการสืบสวนจับกุมตัวผู้ต้องหา 1 คน คือ น.ส.หทัยกาญจน์ หรือเฟรช อายุ 35 ปี ฐาน ค้ามนุษย์ ,เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้น กระทำการค้าประเวณี ,
เป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณี ผู้ดูแลหรือผู้จัดการค้าประเวณีหรือสถานการค้าประเวณี ,เพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด ,กระทำการใด ๆ โดยการช่วยเหลือให้ความสะดวกหรือคุ้มครองการค้าประเวณีของผู้อื่น ,โดยทุจริตร่วมกันรับไว้ จำหน่าย เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปซึ่งบุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปีแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ,พรากเด็กอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร ,ชักจูง ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด พร้อมของกลาง ธนบัตรฉบับ 1,000 บาท จำนวน 2 ฉบับ ,ฉบับละ 500 บาท 1 ฉบับ ,สำเนาธนบัตรรัฐบาลไทย ซึ่งได้ ลง ปจว. กก.5 บก.ปคม. และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง โดยจับกุมได้ ที่ร้านคาราโอเกะ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา
สืบเนื่องจากตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.5 บก.ปคม. ร่วมกับพมจ.พังงา, องค์กร The Exodus Road thailand และองค์กร Our Rescue ประเทศไทย สืบสวนขบวนการร้านคาราโอเกะแฝงค้ากาม และค้าประเวณีเด็ก ในพื้นที่ อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา จนทราบว่า ร้าน ค.แข็ง คาราโอเกะ เปิดให้บริการมานานกว่า 5 ปี มีการลักลอบนำเด็กสาวมาค้าประเวณีอยู่ภายในร้าน โดยมี น.ส.เฟรช เป็นเจ้าของร้าน คอยเชียร์แขก หาลูกค้าให้เด็ก รวมถึงตั้งค่าตัวให้เด็กภายในร้าน อีกทั้งทางร้านมีการเรียกรับผลประโยชน์จากเด็กเป็นเงินค่า “หางาน” จำนวน 300-500 บาท เพื่อให้นักดื่มพาเด็กสาว ในร้านออกไปร่วมประเวณีได้
เจ้าหน้าที่จึงวางแผนล่อซื้อ และประสาน สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพังงา เข้าร่วมประชุมวางแผนเข้าช่วยเหลือและจับกุม โดยให้สายลับได้เข้าไปในนั่งดื่มกินในร้าน ตกลงซื้อบริการเด็กกับน.ส.เฟรช ในราคา 2,500 บาท โดย น.ส. ได้เก็บเงินไว้ที่ตนเอง 500 บาท และมอบเงิน 2,000 บาท ให้แก่เด็กสาว เพื่อเป็นค่าตัวในการออกไปให้บริการทางเพศที่โรงแรมใกล้ ๆ ร้าน เมื่อสายลับพาผู้เสียหายเดินทางถึงห้องพักแล้ว จึงให้สัญญาณแก่ตำรวจ เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายได้ 1 คน ทราบชื่อคือ น.ส.มิว (นามสมมติ) อายุ 15 ปี พบเงินสด 2,000 บาท ที่ใช้ในการล่อซื้อ
จากนั้นเจ้าหน้าที่นำกำลังส่วนหนึ่ง เข้าตรวจค้นภายในร้านคาราโอเกะ พบพนักงาน 4 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นบุตรสาวแท้ ๆ ของน.ส.เฟรช อายุเพียง 16 ปี ส่วนพนักงานอีก 3 คน อายุเกิน 18 ปี และพบน.ส.เฟรช อยู่ภายในร้าน จึงขอตรวจค้นตัว พบกระเป๋าสีชมพู วางอยู่บนโต๊ะ ภายในมีเงินสด 500 บาท โดยผู้ต้องหาพยายามให้พนักงานในร้าน รับว่าเป็นเจ้าของกระเป๋า แต่เจ้าหน้าที่ซึ่งทราบข้อเท็จจริงอยู่แล้ว จึงซักถามซ้ำ น.ส.เฟรช จึงยอมรับว่ากระเป๋าใบนั้น เป็นของตน และเงินจำนวนดังกล่าว ได้รับมาจากผู้ซื้อบริการ น.ส.มิว
ตำรวจจึงได้เชิญตัวพนักงานในร้านทั้งหมด ไปยังบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพังงา เพื่อทำการซักถาม และควบคุมตัว น.ส.เฟรช ผู้ต้องหา ไปยัง สภ.ท้ายเหมือง เพื่อทำบันทึกจับกุม พร้อมแจ้งสิทธิ และข้อกล่าวหา ก่อนนำพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปคม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องรายอื่น ๆ และช่วยเหลือเด็กที่ตกเป็นเหยื่อจากการค้าประเวณีเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองตามกฎหมายต่อไป
สอบถาม น.ส.มิว นามสมมติ ได้ให้การว่า ตนเป็นเพื่อนกับลูกสาวเจ้าของร้าน ชักชวนกันมาจาก จ.เชียงใหม่ เพื่อมาเที่ยวกัน และพักอยู่ที่ร้านได้ประมาณ 20 วัน จากนั้นน.ส.เฟรช ได้ชักชวนให้ทำงาน และรับงานขายบริการทางเพศ จะได้มีรายได้ และตั้งราคาค่าตัวอยู่ที่ 1,500 – 2,500 บาท แต่ขอหักค่าหาแขก 300-500 บาท แล้วแต่ราคา โดยตั้งแต่เริ่มทำงาน รับงานฯ ไปแล้วถึง 9 ครั้ง