เสื่อมเสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชียงใหม่ คาราโอเกะมหาโหด ฟัน 2 หนุ่มต่างชาติ คืนเดียว 1.5 แสน สุดท้ายเจรจาจนร้านยอมคืนเงินเต็มจำนวน ซ้ำตำรวจสั่งปิดร้านไม่มีกำหนด
นักท่องเที่ยวต่างชาติชาวอังกฤษเข้าแจ้งความ คาราโอเกะมหาโหด ไปเที่ยวกับเพื่อนสองรายถูกรูดบัตรเครดิตเกือบ 1 แสน 5 หมื่นบาท ตำรวจเรียกเจ้าของร้านเจรจา พบว่าซ้ำรอยกับเหตุการณ์ครั้งก่อนที่นักท่องเที่ยวเจอรถตุ๊กตุ๊กพามาส่งคาราโอเกะใจกลางเมืองให้ถูกฟันราคามหาโหด ล่าสุดเจรจากับผู้เสียหายคาราโอเกะทั้ง 2 ร้านยอมคืนเงินเต็มจำนวนให้ผู้เสียหาย สรุปได้เที่ยวฟรี
กลางดึกที่ผ่านมา (14 ก.ค. 69) ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ ภรรยาชาวไทยของชายชาวอังกฤษ ผู้เสียหาย พร้อมด้วยนายดำรง บุญประคอง ทนายความ เดินทางมาพบกับคู่กรณี หลังจากที่ตำรวจได้เรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาสอบปากคำเพิ่มเติม และได้ให้เจรจาไกล่เกลี่ยกัน หลังจากเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 สามีชาวอังกฤษ ซึ่งได้แต่งงานกับภรรยาชาวไทย มีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลหนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ พร้อมกับเพื่อนชาวอังกฤษที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย หลังจากที่ดื่มกินกันที่ร้านอาหารในย่านถนนนิมมานเหมินทร์จนเมาอย่างหนักแล้ว ได้เดินทางไปเที่ยวร้านคาราโอเกะย่านคูเมืองเชียงใหม่กันต่อและหายตัวไปตลอดทั้งคืน
ช่วงสายของอีกวันถึงจะกลับบ้าน และมาทราบภายหลังว่าทางร้านคาราโอเกะได้มีการคิดค่าบริการมหาโหด รูดบัตรเครดิตเต็มวงเงินหมดไปเกือบ 1.5 แสนบาท ทั้งบัตรเครดิตของสามีชาวอังกฤษ และบัตรเงินสดของภรรยาชาวไทยที่ติดไปกับสามี จึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดีกับทางร้าน เนื่องจากมีการเรียกเก็บค่าบริการเกินจริง
ภรรยาผู้เสียหาย เผยว่า วันเกิดเหตุสามีของตนและเพื่อนได้ไปเที่ยวร้านอาหารอิตาลีย่านนิมมานเหมินทร์มาก่อน และมีอาการมึนเมามากแล้ว จึงได้ไปต่อที่ร้านคาราโอเกะย่านคูเมืองเชียงใหม่ รอบแรกนั้นเมื่อเช็กบิล 700 กว่าบาท เพื่อนสามีก็ได้จ่ายไป และขณะทั้งสองและเพื่อนจะออกจากร้าน แต่มีพนักงานภายในร้านจะให้ใช้บริการต่อ แต่สามีบอกว่าจะโทรเรียกตำรวจ เขาจึงได้ปล่อยตัวออกมาก่อนที่ทั้งสองจะไปเรียกรถตุ๊กตุ๊กจากหน้าร้านให้ไปส่งเพื่อนที่โรงแรมย่านนิมมานเหมินทร์ เมื่อส่งเพื่อนเสร็จแล้ว ได้บอกให้ตุ๊กตุ๊กไปส่งสามีชาวอังกฤษที่บ้านพักในอำเภอหางดง ทั้ง ๆ ที่อยู่ในสภาพเมาแทบไม่ได้สติ แต่คนขับรถตุ๊กตุ๊กดังกล่าวกลับพาสามีชาวอังกฤษกลับมายังร้านคาราโอเกะเดิมอีก
ซึ่งขณะนั้นสามีของตนเองหลับไม่ได้สติแล้ว จนมาพบอีกทีทราบว่าได้ถูกทางร้านนำบัตรเครดิตของสามีไปรูด 124,110 บาท และบัตรเครดิตอีกใบของตนเองถูกรูดเงินสดไปอีก 26,400 บาท ซึ่งจากการตรวจสอบกับทางธนาคารแล้วพบว่ามีการโอนเงินในบัตรเครดิตไปยังบัญชีพร้อมเพย์ของบุคคล 2 คน ทั้งหมดถูกรูดไปในเวลาไล่เลี่ยกันภายในครึ่งชั่วโมง ดังนั้นเธอจึงพาสามีเข้าแจ้งความ เพราะมองว่าเหตุการณ์นี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับใครอีก เพราะที่ผ่านมาเห็นมีแต่ข่าว ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับสามีตนเอง
ล่าสุดทั้ง 2 ฝ่ายยังคงเจรจาไกล่เกลี่ยกัน โดยทางร้านอ้างว่า นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 2 คนมาใช้บริการจริง และมีการเรียกเด็กพนักงานสาวของร้านเกือบทั้งร้านมานั่งดริงก์ด้วย คิดชั่วโมงละ 700 บาท ต่อคนต่อชั่วโมง เป็นเวลา 5 ชั่วโมง จนถึงช่วง 7 โมงกว่า ก่อนจะเช็กบิลออกมาดังกล่าว
ขณะที่ฝ่ายผู้เสียหายตั้งคำถามว่าทำไมราคาสูงเกินกว่าความเป็นจริงขนาดนี้ นักท่องเที่ยว 2 คนจะใช้บริการสูงถึงเกือบ 1.5 แสนบาทในเวลา 5 ชั่วโมงจริงหรือ อีกทั้งสภาพของสามีตนและเพื่อนที่ไปก็เมาแบบไม่ได้สติแล้ว และตั้งข้อสังเกตอีกว่าเหตุใดมีการรูดบัตรเครดิตหลายรอบ ยอดเงินไม่เท่ากัน หากเป็นค่าบริการจริง ทำไมไม่รูดเต็มจำนวนครั้งเดียว อีกทั้งวงเงินในบัตรของสามีถูกตั้งไว้ไม่ให้เกินวงเงินจำนวน 5 หมื่นบาท แต่กลับถูกรูดไปได้มากกว่าวงเงินที่จำกัดไว้ และบัตรของตนที่อยู่กับสามี เหตุใดจึงถูกใช้รูดเงินสด และยังพบว่ายอดเงินไม่ได้เข้าเฉพาะร้าน แต่ยังเข้าบัญชีส่วนตัวด้วย
นอกจากนี้ยังตั้งข้อสงสัยว่าคนขับตุ๊กตุ๊กจะมีส่วนรู้เห็นในการลวงนักท่องเที่ยวไปใช้บริการหรือไม่ เพราะตามเส้นทางที่ดูจากมือถือของผู้เสียหายพบว่าถูกพาวนไปตามถนนท่าแพ ถนนลอยเคราะห์ ถนนช้างม่อย อยู่หลายรอบ สุดท้ายก็แวะกลับไปที่ร้านที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้ทีมข่าวพบว่า เหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายต่อหลายครั้งกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ถูกร้านคาราโอเกะคิดค่าอาหาร เครื่องดื่ม และค่าบริการของพนักงานสูงเกินความเป็นจริง จนเกิดปัญหามาหลายต่อหลายครั้ง โดยมีรูปแบบเดิมคือคนขับรถรับจ้างที่คาดว่าจะมีการหากินกับค่านายหน้า พานักท่องเที่ยวไปถูกตบทรัพย์เช่นนี้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขปัญหา หวั่นจะกระทบภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยว
ความคืบหน้าคดีสองหนุ่มอังกฤษโดนรูดบัตรเครดิตหลักไว้เที่ยวคาราโอเกะคืนเดียวศูนย์เงิน 150,000 บาทล่าสุดในคืนที่ผ่านมาหลังจากที่ทางทนายความและภรรยาชาวไทยของชายชาวอังกฤษได้เข้าไปเจรจากับตัวแทนของร้านคาราโอเกะที่เกิดปัญหา
ล่าสุดมีความคืบหน้าว่าทางร้านคาราโอเกะยอมชดใช้คืนเงิน เต็มจำนวนให้กับผู้เสียหายทั้งหมดหลังจากที่มีการแจ้งความดำเนินคดีไว้และได้ยอมความกัน
ส่วนความคืบหน้าในส่วนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ได้มีการสั่งปิดร้านคาราโอเกะที่เกิดเหตุทั้งสองร้านโดยไม่มีกำหนดซึ่งร้านแรกยอมคืนเงินกว่า 100,000 บาทที่รูดบัตรเครดิตไปสามครั้ง ขณะที่อีกร้านที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ของบุคคลสองบุคคลก็ยอมคืนเงินเต็มจำนวนเช่นกัน