คืบหน้า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ2569 คลัง เผย คนใหม่ที่เข้าเกณฑ์ 5.3 ล้านคน รายชื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบแล้ว และจะไม่นำเกณฑ์ พ่อ-แม่ ที่ลูกนำชื่อมาลดหย่อนภาษี มาใช้พิจารณา สำหรับเกณฑ์มีหนี้เกิน 1 แสนบาทนั้น จะไม่นับรวมสินเชื่อภาคการเกษตร
6 กรกฎาคม 2569 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยสรุปผลการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ครั้งที่ 8/2569 ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบผลการลงทะเบียนและการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2569
เบื้องต้น โดยได้มีการเห็นชอบการเพิ่มกลุ่มเป้าหมาย โดยนำกลุ่มเปราะบางที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้สำรวจพบในระหว่างการลงพื้นที่ลงทะเบียน (วันที่ 4 -21 มิถุนายน 2569) จำนวน 5,383,393 คน เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติตามขั้นตอนต่อไป
.
สำหรับการคัดกรองคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 จะไม่มีการนำเกณฑ์คุณสมบัติของบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ในส่วนกรณีบิดามารดาของผู้มีเงินได้ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดามาใช้ นอกจากนี้ ยังได้นำความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ได้เสนอประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 มาพิจารณาทบทวนเกณฑ์คุณสมบัติวงเงินสินเชื่อรวม 100,000 บาท โดยจะไม่นับรวมสินเชื่อภาคการเกษตร เนื่องจากสินเชื่อภาคการเกษตรมีลักษณะแตกต่างจากสินเชื่อทั่วไป โดยเป็นสินเชื่อที่ผูกพันตามรอบฤดูกาลเพาะปลูก และในบางกรณีเป็นการเยียวยาบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ จึงอาจไม่สะท้อนถึงความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อหรือฐานะทรัพย์สินของผู้มีเงินได้เช่นเดียวกับสินเชื่อประเภทอื่น
.
นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการพิจารณาเสนอให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบันที่จะไม่ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2569 ได้รับสิทธิตามโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เป็นระยะเวลา 2 เดือน (ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2569 - 30 กันยายน 2569) เนื่องจากผู้ถือบัตรดังกล่าวเป็นผู้ที่ไม่มีสิทธิลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ในช่วงการเปิดลงทะเบียน
.
ทั้งนี้ ในขั้นตอนต่อไปจะมีการนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ก่อนประกาศผลการลงทะเบียนตามกำหนดในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ต่อไป