สตง. แจงยิบปมยังต้องจ่ายค่าเช่าที่ดิน รฟท.

สตง. แจงยิบปมยังต้องจ่ายค่าเช่าที่ดิน รฟท.

View icon 43
วันที่ 6 ก.ค. 2569 | 12.05 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สตง. ร่อนเอกสารแจง ปมยังต้องจ่ายค่าเช่าที่ดิน รฟท. 700 ล้านบาท ไม่ได้จ่ายคราวเดียว เฉลี่ยปีละ 38 ล้าน แจ้งคืนพื้นที่มาโดยตลอด แต่ยังมีพันธะผูกพันทางกฎหมาย สตง. ตระหนักถึงความกังวลของประชาชนต่อการใช้จ่ายงบประมาณ บอกเลิกสัญญาจ้าง เรียกค่าปรับ-ค่าเสียหาย จากผู้รับจ้าง ตั้งแต่ 13 ก.พ.69

วันนี้ (6 ก.ค.69) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินออกเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการเช่าที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (แห่งใหม่) ตามที่ปรากฏเป็นกระแสข่าวกรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ต้องชำระค่าเช่าที่ดินโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ (บริเวณย่านพหลโยธิน) ให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในวงเงินกว่า 700 ล้านบาท ทั้งที่โครงการก่อสร้างต้องหยุดชะงักนั้น สตง. ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อให้สาธารณชนและสื่อมวลชนได้รับทราบ ดังนี้

1. ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรอบวงเงินงบประมาณและการชำระค่าเช่า กรอบวงเงินงบประมาณกว่า 700 ล้านบาทนั้น เป็นเพียง "กรอบวงเงินงบประมาณผูกพันระยะยาว 15 ปี" (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 - 2576) มิใช่ยอดเงินที่ต้องจ่ายในคราวเดียว โดยที่ผ่านมา สตง. ได้ชำระค่าเช่าจริงตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 จนถึงปัจจุบัน (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569) เฉลี่ยปีละประมาณ 38 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามรายละเอียดที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าที่ดินและการชำระค่าเช่าให้แก่ รฟท. นั้น เป็นแนวทางปฏิบัติปกติ ซึ่งมีส่วนราชการหลายแห่งที่เช่าพื้นที่ในบริเวณดังกล่าวได้ดำเนินการตั้งงบประมาณรายจ่ายค่าเช่าที่ดินให้ รฟท. เช่นเดียวกัน

2. ความจำเป็นในการตั้งงบประมาณค่าเช่าปี พ.ศ. 2570 สำหรับการขอตั้งงบประมาณค่าเช่าสำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 นั้น สืบเนื่องจากปัจจุบันสัญญาเช่าที่ดินระหว่าง สตง. กับ รฟท. ยังไม่มีการยกเลิกอย่างเป็นทางการ เนื่องจากผู้รับจ้างก่อสร้างยังไม่ได้ส่งคืนพื้นที่ให้แก่ สตง. ทั้งที่ สตง. ได้มีหนังสือแจ้งให้คืนพื้นที่ดังกล่าวมาโดยตลอด ทำให้ สตง. ยังคงมีพันธะผูกพันทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามสัญญา การตั้งงบประมาณในส่วนนี้ จึงเป็นการดำเนินการตามระเบียบเพื่อป้องกันมิให้หน่วยงานของรัฐเป็นฝ่ายผิดสัญญา

3. แนวทางการแก้ไขปัญหาและการบริหารจัดการพื้นที่ จากเหตุการณ์อาคารถล่ม สตง. มิได้ปล่อยปละละเลย และได้ดำเนินการบอกเลิกสัญญาจ้าง พร้อมเรียกค่าปรับและค่าเสียหายจากผู้รับจ้างไปแล้วตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ.69 ปัจจุบัน สตง. อยู่ระหว่างการประสานงานร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย กรมธนารักษ์ และผู้รับจ้าง เพื่อหารือแนวทางการคืนพื้นที่ ตลอดจนการจัดการทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างที่ติดมากับพื้นที่

สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตระหนักถึงความกังวลของประชาชนต่อการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินเป็นอย่างยิ่ง ขอยืนยันว่าการดำเนินการตั้งงบประมาณและการแก้ไขปัญหาในทุกขั้นตอน ทำบนพื้นฐานของความจำเป็นทางกฎหมายและความโปร่งใส เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐเป็นสำคัญ ภายใต้ปณิธานที่ว่า "เงินแผ่นดินนั้น คือเงินของประชาชนทั้งชาติ"