หวยอลเวง 30 ล้าน ศาลอาญา สั่งจำคุก ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น คนละ 6 เดือน ฐานแจ้งความเท็จให้ผู้อื่นต้องรับโทษ ชี้ พฤติกรรมร้ายแรง ไม่ควรรอลงอาญา
วันนี้ (6 ก.ค.69) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.3448/2567 ที่ พนักงานอัยการ ฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายปรีชา หรือครูปรีชา และนางรัตนาภรณ์ หรือเจ๊บ้าบิ่น เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนได้รับความเสียหาย, ร่วมกันฯ เกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนว่าได้มีการกระทำความผิด โดยรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น เพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ, แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
อัยการฟ้องโดยสรุปว่า ระหว่างวันที่ 2-28 พ.ย. 2560 จำเลยทั้งสองร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรีว่า จำเลยที่ 1 ได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 533726 งวดวันที่ 1 พ.ย. 2560 จำนวน 5 ใบ จากจำเลยที่ 2 และสลากดังกล่าวถูกรางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท แต่ทำหาย ก่อนกล่าวอ้างภายหลังว่า ร.ต.ท.จรูญ นำสลากไปขึ้นเงินรางวัล และแจ้งความดำเนินคดีฐานลักทรัพย์ ทั้งที่ความจริงแล้ว จำเลยที่ 1 ไม่ได้ซื้อหรือเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว การแจ้งความและให้การของจำเลยทั้งสอง จึงเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน เพื่อกลั่นแกล้งให้ผู้เสียหายต้องรับโทษทางอาญา และทำให้เจ้าพนักงานบันทึกข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ จึงขอให้ศาลลงโทษจำเลยทั้งสองตามกฎหมาย
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว พิพากษาว่า การกระทำของจำเลยที่ 1-2 เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนว่าได้มีการกระทำความผิดโดยรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น เพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ คนละ1 ปี จำเลย 1-2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 6 เดือน
พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยทั้งสองแล้ว เห็นว่านอกจากการเบิกความเท็จในคดีอาญาแล้ว ยังมีการเบิกความในคดีแพ่งของศาลจังหวัดกาญจนบุรี จนทำให้โจทก์ร่วมต้องถูกอายัดเงินในบัญชี อีกทั้งหากจำเลยที่ 1 ชนะคดีก็จะได้รับเงินจำนวนมาก เห็นว่าพฤติกรรมร้ายแรงไม่ควรรอการลงโทษ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่พวกจำเลยอยู่ในห้องพิจารณา นายปรีชามีอาการกระสับกระส่าย เดินเข้าออกห้องพิจารณาหลายครั้ง และนั่งภายนอกห้องพิจารณาจนกระทั่งศาลเรียก โดยภายหลังศาลมีคำพิพากษาไม่รอการลงโทษ นายปรีชาและเจ๊บ้าบิ่นยืนนิ่ง พร้อมแสดงสีหน้าคล้ายประหลาดใจ ก่อนหันไปสอบถามทนายความถึงรายละเอียดของคำพิพากษา และยื่นขอปล่อยชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์ต่อไป