เอกนิติ ยัน พ.ร.ก.กู้เงินฯ จำเป็น ช่วยเปลี่ยนผ่านวิกฤตพลังงาน หวังดึงเอกชนร่วมลงทุน

เอกนิติ ยัน พ.ร.ก.กู้เงินฯ จำเป็น ช่วยเปลี่ยนผ่านวิกฤตพลังงาน หวังดึงเอกชนร่วมลงทุน

View icon 41
วันที่ 6 ก.ค. 2569 | 14.46 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ไทยรอไม่ได้ เอกนิติ ยัน พ.ร.ก.กู้เงินฯ จำเป็น ช่วยเปลี่ยนผ่านวิกฤตพลังงาน ดึงเอกชนร่วมลงทุน จับตาศาล รธน.วินิจฉัย 9 ก.ค.นี้ 

วันนี้ (6 ก.ค.69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยถึงการแถลงร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ต่อที่ประชุมวุฒิสภาว่า การเร่งเบิกจ่ายก็ช่วยได้ในส่วนหนึ่ง แต่ปัจจุบันเราเจอวิกฤตซ้อนวิกฤต จึงต้องมีการโอนงบประมาณจากโครงการที่ยังไม่ได้จัดซื้อจัดจ้าง เพื่อนำมาเป็นงบในส่วนของการประคองเศรษฐกิจ และชะลอผลกระทบวิกฤต

ย้ำว่า การพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ซึ่งอยู่ในชั้นของกรรมาธิการ ตั้งใจให้เป็นงบฯ ที่โปร่งใส เปิดเผย ไม่หมกเม็ด และยึดหลักวินัยการคลัง พร้อมมีการถ่ายทอดสดทุกครั้งที่มีการพิจารณาของกรรมาธิการงบประมาณ ถือเป็นการยกระดับความโปร่งใส ขณะเดียวกันจะต้องมีการเร่งงบลงทุน โดยเป็นการลงทุนระหว่างประเทศ เพื่อมาสนับสนุนการลงทุนในประเทศ รวมถึงกระบวนการร่วมภาครัฐและเอกชนหรือ PPP เพื่อให้เป็นปีแห่งการลงทุน

นายเอกนิติ ยังระบุอีกว่า ยังจำว่าวันนี้เราต้องเร่งดำเนินการใน 3 เรื่อง คือ การประคองเศรษฐกิจในระยะสั้น เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน และต้องเร่งปฏิรูปเพื่อเน้นการลงทุน

เมื่อถามว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท วันที่ 9 ก.ค.นี้ ว่า นายเอกนิติ กล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ วันนี้สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด คือ เราพยายามชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานมากและต้องการช่วยเหลือประชาชน ย้ำว่านี่คือเรื่องความมั่นคงของเศรษฐกิจ เพราะการที่เราพึ่งพาน้ำมันมาก สะท้อนตัวเลขจริงแล้ว แต่ตัวเลขดุลบัญชีในเงินสะพัดที่ขาดดุล ส่วนหนึ่งและส่วนใหญ่มาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และยังไม่รู้ว่าวันนี้สงครามจะจบอย่างไร ที่แน่ ๆ คือโครงสร้างพื้นฐานพลังงานโลกถูกทำลายไปเยอะ โรงกลั่นก็ถูกทำลายไปมาก จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินที่ยังคงสูงอยู่

เมื่อถามว่า มีการเตรียมแผนสำรองหรือไม่ กรณีที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นคุณต่อรัฐบาล นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้เราต้องใช้ทุกภาคส่วน และสิ่งที่สำคัญตนคิดว่าแผนที่เราดำเนินการอยู่คือ พยายามนำภาคเอกชนเข้ามาช่วย มาร่วมลงทุน ซึ่งการเปลี่ยนผ่านอย่างไรก็ต้องมีเอกชนเข้ามาร่วมอยู่แล้ว เราจึงจับมือกับเอกชนผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ซึ่งงบประมาณที่จะนำมาช่วยจะทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้เร็วขึ้น ต้องบอกตรง ๆ ว่าวันนี้ประเทศไทยจะรอให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้ เพราะจะทำให้เศรษฐกิจไทยอ่อนแอ และหากราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงสูงสิ่งที่เกิดขึ้นคือเราต้องนำเข้าน้ำมัน เพราะฉะนั้นวันนี้โครงสร้างเศรษฐกิจไทยเปราะบางมาก

เมื่อถามว่า วันนี้โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานได้ส่งเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองของกระทรวงการคลังแล้วหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า เรื่องนี้เราได้มีการพูดคุยกันแล้วโดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่าน การใช้พลังงานสะอาด หรือโซลาร์เซลล์ ถือเป็นโครงการหนึ่งที่จะเข้าข่าย และการเปลี่ยนผ่านเรื่องพลังงานรถยนต์ให้มีการใช้รถยนต์ใช้ไบโอดีเซล ใช้พลังงานชีวมวล ชีวภาพ และผลพลอยได้ก็จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้น

นายเอกนิติ ยืนยันว่า พ.ร.ก.เงินกู้ นั้นจำเป็นที่จะประคองเศรษฐกิจท่ามกลางสภาวะวิกฤต เห็นได้จากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่ออกมาก่อนหน้านี้มีการเบิกจ่ายตัวเลข 50,000 กว่าล้านบาท ส่วนงบประมาณที่จะใช้ในโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานจึงมีความจำเป็น เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันของไทยที่มีอยู่สูงมาก ซึ่งส่งผลให้บัญชีเดินสะพัดขาดดุล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง