เท้ง ณัฐพงษ์ ผิดหวัง แต่ไม่ผิดคาด พ.ร.ก.กู้เงินฯ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ด้านศิริกัญญา กังขาอาจล็อกสเปกบริษัท

เท้ง ณัฐพงษ์ ผิดหวัง แต่ไม่ผิดคาด พ.ร.ก.กู้เงินฯ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ด้านศิริกัญญา กังขาอาจล็อกสเปกบริษัท

View icon 35
วันที่ 9 ก.ค. 2569 | 15.09 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
"เท้ง ณัฐพงษ์" ผิดหวัง แต่ไม่ผิดคาด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ย้ำ ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน ส่อยัดไส้โครงการ ด้านศิริกัญญา กังขาอาจมีล็อกสเปกบริษัท

วันนี้ (9 ก.ค.69) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค แสดงความเห็น ภายหลังที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ว่า ไม่ได้ผิดไปจากที่คาดการณ์ไว้ แต่ยังคงเห็นตรงกันว่า รัฐบาลไม่มีความจำเป็นต้องใช้อำนาจพิเศษออก พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ เพราะไม่ได้มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน หากแต่เป็นการพยายามสอดไส้โครงการต่าง ๆ ที่บรรจุไว้ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ขณะนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 กำลังพิจารณาโครงการเหล่านี้อยู่ และในช่วงเช้าวันเดียวกัน หน่วยงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงหน่วยงานอื่นที่ต้องการใช้เงินกู้ 400,000 ล้านบาท ได้เข้าชี้แจงรายละเอียดโครงการต่อคณะกรรมาธิการ

ล่าสุด มีข้อเสนอขอใช้งบเพื่อก่อสร้างลานกีฬาโซลาร์ รถขยะพลังงานไฟฟ้า และโครงการอื่น ๆ อีกหลายรายการ ซึ่งล้วนเป็นโครงการที่สามารถตั้งงบประมาณผ่านงบรายจ่ายประจำปีได้ ไม่จำเป็นต้องใช้กระบวนการพิเศษหรือเงินกู้ 400,000 ล้านบาท สิ่งเหล่านี้เป็นหลักฐานยืนยันข้อสังเกตของพรรคประชาชนที่พูดมาตลอดว่า โครงการที่รัฐบาลพยายามผลักดันไม่ได้เข้าเงื่อนไขการใช้อำนาจออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ แต่อย่างใด อีกทั้งรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า หากอยู่นอกสมัยประชุม และการรอเปิดสมัยประชุมตามปกติจะก่อให้เกิดความล่าช้า คณะรัฐมนตรีสามารถเรียกประชุมสมัยวิสามัญเป็นการด่วน เพื่อให้รัฐสภาพิจารณารับรองหรือไม่รับรองพระราชกำหนดได้ ดังนั้น จึงต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไรต่อไป

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า โครงการต่างๆ ที่จะใช้วงเงิน 200,000 ล้านบาท เพื่อเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองแม้แต่โครงการเดียว แต่ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กลับมีการให้ข่าวจากรัฐมนตรีหลายคน ทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับโครงการที่จะเสนอขอใช้เงินกู้ดังกล่าว โดยพรรคยังได้รับเอกสารที่มีการส่งเวียนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งไม่ใช่รายการโครงการที่ท้องถิ่นเสนอขึ้นเอง แต่มีลักษณะเป็นเมนูรายการสินค้าและโครงการที่สามารถขอใช้เงินกู้ 400,000 ล้านบาทได้ โดยหลายโครงการ เช่น รถขยะ EV, ลานกีฬาโซลาร์, เครื่องผลิตออกซิเจนพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ไม่ได้สะท้อนว่าจะช่วยให้ประเทศเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้อย่างแท้จริง หรือส่งผลต่อการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างมีนัยสำคัญ

น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า ตนตั้งข้อสงสัยว่า รายการโครงการดังกล่าวอาจเป็นโครงการที่มีการเตรียมผู้รับจ้างหรือผู้จำหน่ายสินค้าไว้ล่วงหน้าแล้วหรือไม่ พร้อมแสดงความกังวลว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามข้อสันนิษฐานที่พรรคตั้งไว้ตั้งแต่ต้นว่า วงเงิน 200,000 ล้านบาทสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน แท้จริงแล้วเป็นเพียงการสอดไส้โครงการ โดยอาศัยความเดือดร้อนของประชาชนเป็นข้ออ้าง และอาจถูกใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตนมากกว่าจะเป็นการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างแท้จริง

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากนี้โครงการต่างๆ ที่ไม่เป็นประโยชน์จะตัดออกอย่างไร น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า จะต้องใช้กลไกของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินโดยเฉพาะ แต่ในกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณปี 70 ก็สามารถใช้ช่องทางนี้ได้เพราะหลายโครงการขอมาซ้ำซ้อน โครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานในงบปี 70 มีกว่า 7,000 ล้านบาท ถ้า 200,000 ล้านบาทนี้ ยืนยันว่าใช้ได้แล้วก็ต้องพิจารณาเรื่องความซ้ำซ้อนของโครงการ และยังมีอีกหนึ่งก้อนในรายการงบกลางปี 70 เป็นรายการค่าใช้จ่ายในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพื่อรองรับความผันผวนของราคาพลังงาน ซึ่งเป็นโครงการที่มีมูลค่า 12,000 ล้านบาท โดยให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีเงินสะสมหรือมีเงินนอกงบประมาณ มาออกเงินคนละครึ่งกับรัฐบาลเพื่อจัดทำโครงการดังกล่าว วงเงินจะไม่ใช่แค่ 200,000 ล้านบาทแล้ว แต่จะเป็น 212,000 ล้านบาท จึงมีความกังวลว่าจำเป็นต้องใช้เงินมากขนาดนั้นหรือไม่ ถ้าจะต้องตัดทางใดทางหนึ่งต้องทำอย่างไร เพราะ 200,000 ล้านบาทใน พ.ร.ก.เราไม่มีอำนาจไปยุ่งในวงเงิน นอกจากว่าจะโหวตคว่ำ พ.ร.ก.ได้ทั้งฉบับ แต่ในงบประมาณปี 70 ถ้า 12,000 ล้านบาทนี้ ซ้ำซ้อนกับ 200,000 ล้านบาทที่ออกโดย พ.ร.ก. ก็อาจจะตัดได้ทั้งโครงการเช่นเดียวกัน

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรี บอกว่าไม่รู้จักนายณัฐพงษ์ หลังถูกถามว่าฝ่ายค้านเรียกร้อง ให้แสดงความรับผิดชอบหาก พ.ร.ก.กู้ เงินฯ ขัดรัฐธรรมนูญ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นายกฯ อาจจะไม่ค่อยได้เข้าสภา เลยจำหน้า สส. ไม่ค่อยได้ ตนก็เข้าใจ ถ้าอยากจำ สส.ได้ จำเพื่อนๆ สมาชิกได้ ก็มาตอบกระทู้ในสภาบ่อยๆ ก็จะได้ทบทวนความจำให้ดียิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง