ล่ามือปืนรัวยิงเจ้าของร้านกาแฟ จ.ชุมพร

View icon 19
วันที่ 7 ก.ค. 2569 | 16.33 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ตำรวจเร่งล่ามือรัวยิง 15 นัด เจ้าของร้านกาแฟชื่อดังจังหวัดชุมพร ตั้งประเด็นหลายปมขัดแย้ง ทั้งธุรกิจท่องเที่ยวชุมชนวิถีเกษตร ขณะที่กล้องวงจรปิดจับภาพช่วงเกิดเหตุได้

กล้องวงจรปิดบ้านข้างเคียงที่เกิดเหตุ บันทึกภาพและเสียงปืน นาทีที่คนร้ายบุกเข้าไปกระหน่ำยิงนายทนงศักดิ์ อายุ 51 ปี ​หรือ "ชายเก๋" เจ้าร้านกาแฟชื่อดังในพื้นที่ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ช่วงกลางดึกวันที่ 5 กรกฎาคม อย่างอุกอาจ จำนวน 15 นัด จนเสียชีวิต

พยานระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ นายทนงศักดิ์ ซึ่งเปิดร้านกาแฟอยู่ริมถนนปากทางเข้าวัด และเป็นผู้ก่อตั้งวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนวิถีเกษตรบ้านพันวาล เดินไปพูดคุยกับ พระสงฆ์และคนงานที่กำลังจัดเตรียมวางเต็นท์จำหน่ายสินค้าในงานเทศกาลทุเรียน ระหว่างวันที่ 10 - 20 กรกฎาคมนี้ ที่ทางสำนักสงฆ์หินเข้ ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ จัดขึ้น

ระหว่างนั้น คนร้ายใส่ชุดดำ สวมหมวก ใส่แมสก์ปิดบังอำพรางใบหน้า รูปร่างล่ำท้วมสูงประมาณ 165 เซนติเมตร  อายุราว 40-45 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบสีและทะเบียน มาจอดใกล้ ๆ และเดินไปหานายทนงศักดิ์ ก่อนชักอาวุธปืนขนาด 9 มม. รัวยิงใส่แบบไม่ยั้ง จำนวน 15 นัด จนหมดแม็กกาซีน

ขณะที่นายทนงศักดิ์ พยายามวิ่งหลบกระสุน แต่กระสุนพุ่งเข้าลำตัว 4 นัด ล้มฟุบลงกับพื้นถนนคอนกรีต จากนั้นมือปืนได้วิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ ที่ติดเครื่องอยู่ขี่หลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว

ล่าสุดชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 พร้อม ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดชุมพร และชุดสืบสวน สภ.ท่าแซะ ระดมกำลังออกไล่ล่าคนร้าย และเร่งแกะรอยกล้องวงจรปิดทั้งช่วงก่อนก่อเหตุและหลังก่อเหตุ เพื่อหาเบาะแส จนไปพบว่าคนร้ายรายนี้ลงมือเพียงคนเดียว ใช้รถจักรยานยนต์สีน้ำเงิน ขี่หลบหนีไปทางสามแยกโป่งเงาะ หมู่ 17 ตำบลรับร่อ

ส่วนประเด็นการสังหารโหดครั้งนี้ ตำรวจบีบประเด็นให้แคบลง โดยให้น้ำหนักไปที่ 2 เรื่องสำคัญ คือ ​เรื่องชู้สาว ซึ่งเป็นปัญหาเดิมที่ผู้ตายเคยมีความขัดแย้งอยู่เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมากับเรื่องขัดแย้งส่วนตัวหรือธุรกิจ ทั้งเรื่องธุรกิจร้านกาแฟ การท่องเที่ยวชุมชน และการจัดงานเทศกาลทุเรียน

ซึ่งขณะนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำญาติใกล้ชิด และชาวบ้าน พระสงฆ์ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เพื่อระบุตัวตนผู้ก่อเหตุ แต่สิ่งที่ตำรวจห่วงมากที่สุดคือ พื้นที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กับบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา เจ้าหน้าที่จึงเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายหลบหนีออกนอกประเทศ และมั่นใจว่าจะสามารถออกหมายจับและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ในเร็ว ๆ นี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง