เช้านี้ที่หมอชิต - เมื่อวาน (7 ก.ค.) มีการประชุมกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 โดยเป็นการพิจารณาภาพรวมของงบฯ ในมาตรา 7 สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ถูกจับตามอง และมีการตั้งข้อสังเกตจากกรรมาธิการฯ หลายคน เพื่อตัดลดงบฯ ที่ไม่จำเป็น
ไฮไลต์สำคัญ คือ งบฯ ของสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง หรือ สำนักงาน ป.ย.ป.
ซึ่งในการประชุมฯ นายวีระ ธีระภัทรานนท์ ในฐานะกรรมาธิการฯ ตั้งข้อสังเกตว่า ภารกิจของหน่วยงานดังกล่าวมีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น จึงเสนอให้ยุบหน่วยงาน และถ่ายโอนข้าราชการในสังกัด กลับไปอยู่ในหน่วยงานที่สามารถทำงานได้
หลังจากนั้น พันตำรวจเอก วทัญญู วิทยผโลทัย ในฐานะ รอง ผอ.สำนักงาน ป.ย.ป. ซึ่งเป็นผู้แทนหน่วยงานเข้าชี้แจง บอกว่า น้อมรับข้อเสนอที่อาจารย์วีระ แนะนำ และจะนำกลับไปพิจารณา
นอกจากนี้ในการประชุมคณะกรรมาธิการฯ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมาธิการฯ ยังเสนอให้ยุบ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. โดยมองว่าไม่มีภารกิจใดที่เป็นประโยชน์กับประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการปรับลดงบฯ ของ ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 ก็จะยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น เนื่องจากตัวเลขรายจ่ายประจำของรัฐบาลมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ซึ่งตามร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 กรอบวงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท มีสัดส่วนสูงถึง 73.6 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ตอนนี้รัฐบาลต้องหาทางลดรายจ่าย
แนวคิดหนึ่งที่กำลังถกเถียงกันอยู่นั้น คือ โครงการ Early Retire ของข้าราชการ ซึ่งจะขยายให้เริ่มได้ตั้งแต่อายุ 40 ปี โดยจะให้มีผลทันทีภายในปี 2570
เมื่อวาน (7 ก.ค.) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดนี้ว่า เป็นนโยบายรัฐบาลที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา เนื่องจากมีตัวเลขรายจ่ายประจำสูงเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้รัฐบาลมีงบฯ ลงทุนและช่วยเหลือประชาชนน้อยลง จึงมีแนวคิดลดจำนวนข้าราชการผ่านระบบสมัครใจ และจะทำควบคู่ไปกับการปรับลดอัตราตำแหน่งในระบบราชการให้เหลือเท่าที่จำเป็น
ส่วนการปรับระบบสวัสดิการ โดยเฉพาะเรื่องการรักษาพยาบาลของข้าราชการ นายปกรณ์ฯ บอกว่า อาจเปลี่ยนไปใช้ระบบประกันสุขภาพ เพราะสามารถคุมวงเงินได้ชัดเจนว่าจะใช้ปีละเท่าใด ซึ่งถือว่าเป็นการเกื้อหนุนระบบเศรษฐกิจโดยรวม